เวทมนตร์จากปลายนิ้ว

posted on 25 Oct 2007 09:33 by windella  in share-feeling

เคยสงสัยกันมั้ยคะ ว่านกเหล็กลำใหญ่ๆที่เราใช้เดินทางกันบนฟ้านั้น..มันบินได้ไง?

น้ำหนักมากมายขนาดนั้น บรรทุกคนเยอะขนาดนั้น แต่แค่ปีกสองข้างก็พาเหาะเหินไปได้ทุกหนทุกแห่ง

หรือว่ามนุษย์จะมีเวทมนตร์?..

 

2

ฝ้ายคิดว่า พวกเราส่วนใหญ่ตอนเด็กๆ(หรือแก่ก็ตาม)น่าจะเคยอ่านหนังสือบุคคลสำคัญของโลกสักครั้งหรือสองครั้ง

ในจำนวนร้อยกว่าคนในหน้าหนังสือ ถ้าจำไม่ผิด ใน 70 %ในบรรดาคนเหล่านั้น สาเหตุที่พวกเขาได้รับการยอมรับให้เป็นคนสำคัญของโลกคือ พวกเขาเป็นนักประดิษฐ์

ประดิษฐ์ในสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกใบนี้

 

ด้วยความเป็นเด็กสายวิทย์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกจับใส่สมองแทบทุกวัน ทั้งเคมี ฟิสิกส์ ชีวะ และก่อนจะเริ่มเรียนการคำนวณ เราต้องเรียนที่มาที่ไปของทฤษฎีเหล่านั้นเสียก่อน ชื่อทฤษฎีมักจะใช้ชื่อของคนที่ค้นพบเพื่อให้เกียรติและให้เด็กนักเรียนได้รับรู้ ว่าคนๆนี้เป็นคนมอบมรดกล้ำค่าหลากหลายอย่างให้พวกเรา

หนึ่งในมรดกล้ำค่า คือเนื้อหา(โคด)ยากที่ทำเอาเกรดร่วง

ตอน ม.4 ฝ้ายเคยคิด(และพูดกับเพื่อนด้วย) ว่าถ้ามีไทม์แมชชีนจะนั่งไปลอบสังหารนิวตัน เราจะได้ไม่ต้องมานั่งเรียน "กฎของนิวตัน"กัน หึๆๆ

แต่คิดไปคิดมา ถ้ามีไทม์แมชชีนแล้วนั่งไปจัดการนิวตันไปจริงๆ คนสมัยนี้อาจจะตามไปเด็ดคอจิ้มน้ำพริกเลยก็ได้

เพราะถ้าไม่มีนิวตัน.. สิ่งอำนวยความสะดวกที่เราใช้อยู่เป็นประจำอย่าง "ลิฟต์" ก็คงไม่เกิด

นั่นต่างหาก คือมรดกที่ล้ำค่าจริงๆ

 

คนรุ่นนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีทันสมัย ไม่มีคอมพิวเตอร์ที่ทำงานแทนเราได้หลายอย่าง ไม่มีเครื่องคิดเลข

แล้วพวกเขาสร้างสิ่งมหัศจรรย์พวกนั้นขึ้นมาได้ยังไงกัน

ในขณะที่เด็กนักเรียนอย่างฝ้าย บางครั้งแค่ไม่มีเครื่องคิดเลขก็จะเป็นจะตายเพราะขี้เกียจเขียนทดลงในกระดาษ

 

โทรทัศน์เครื่องแรก..
โทรศัพท์เครื่องแรก..
เครื่องบินลำแรก..
วิทยาการต่างๆมากมายที่สาธยายไม่หมดในหน้าบลอคเล็กๆนี้

หรือแม้แต่ นักสำรวจที่เดินทางมาค้นพบทวีปใหม่
ผู้คนที่สร้างบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาแล้วเปลี่ยนวิถีชีวิตมนุษย์ให้ดีขึ้น

แต่อย่าลืม
 

ถ้าคุณเคยอ่านหนังสือ "บุคคลสำคัญของโลก"จริงๆ คงรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนในหน้ากระดาษนั้นที่ประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายโดยไม่มีอุปสรรค

อุปสรรคที่ว่าอาจจะเป็นการทดลองที่ผิดพลาด
การถูกต่อต้านด้านความคิดจากประชาชนและคนหมู่มาก
การถูกหาว่า "บ้า"
การทำงานที่ล้มเหลวเป็นพันครั้ง
ความพิการของตัวเองที่ทำให้อะไรๆลำบากขึ้น

แต่พวกเขาไม่ยอมแพ้จนทำให้ชื่อตัวเองได้รับการจารึกให้เป็นคนที่โลกจะไม่มีวันลืม

 

 

 

มีนักเขียนคนหนึ่งที่ชื่อ ฌ็อง-โดมินิก โบบี้
เขาเขียนหนังสือ ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ

หนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังภาพยนตร์

หนังสือเล่มนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ

หนังสือเล่มนี้ถูกพิมพ์ขึ้นปกว่า best seller

แต่ไม่มีอะไรที่น่าชื่นชมไปกว่า

การที่นักเขียนคนนี้เป็นอัมพาตทั้งตัว สิ่งที่เคลื่อนไหวได้มีเพียงตาซ้าย แต่เขียนหนังสือโดยวิธีกะพริบตาแทนตัวอักษรหนึ่งตัว จนกลายมาเป็นหนังสือหนึ่งเล่มที่มีตัวอักษรเป็นพันเป็นหมื่น

ฝ้ายไม่ได้ซื้อมาอ่าน แต่แค่อ่านปกหลังก็นึกในใจว่า ทำไมคนๆนี้น่ายกย่องเหลือเกิน..

 

  

 

        " เมื่อเขาอายุได้ห้าขวบ พ่อของเขานำเข็มทิศพกพามาให้เล่น และทำให้ไอน์สไตน์รู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างในพื้นที่ที่ว่างเปล่า ซึ่งส่งแรงผลักเข็มทิศให้เปลี่ยนทิศไป เขาได้อธิบายในภายหลังว่าประสบการณ์เหล่านี้คือหนึ่งในส่วนที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เขาในชีวิต แม้ว่าเขาชอบที่จะสร้างแบบจำลองและอุปกรณ์กลได้ในเวลาว่าง เขาถือเป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ช้า สาเหตุอาจเกิดจากการที่เขามีความพิการทางการอ่านหรือเขียน (dyslexia) , ความเขินอายซึ่งพบได้ทั่วไป หรือการที่เขามีโครงสร้างสมองที่ไม่ปกติและหาได้ยากมาก (จากการชันสูตรสมองของเขาหลังจากที่ไอน์สไตน์เสียชีวิต) เขายกความดีความชอบในการพัฒนาทฤษฎีของเขาว่าเป็นผลมาจากความเชื่องช้าของเขาเอง โดยกล่าวว่าเขามีเวลาครุ่นคิดถึงอวกาศและเวลามากกว่าเด็กคนอื่น ๆ เขาจึงสามารถสามารถพัฒนาทฤษฎีเหล่านี้ได้ โดยการที่เขาสามารถรับความรู้เชิงปัญญาได้มากกว่าและนานกว่าคนอื่น ๆ"

ประวัติไอน์สไตน์ จากวิกิพีเดีย

 

ไอน์สไตน์กล่าวไว้ว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้

นิวตันเริ่มคิดจากการเริ่มสังเกต สังเกตว่าทำไมลูกแอปเปิ้ลต้องตกลงมา

แต่จุดเริ่มต้นแค่นั้น สร้างอะไรได้มากมายหลายอย่าง

นั่นคงเพราะด้วยมือสองข้าง ..พวกเขาสร้าง "ความฝัน" ให้กลายเป็น"ความจริง"

 

1

หรือว่ามนุษย์จะมีเวทมนตร์?

คำถามนี้ติดอยู่ในใจทุกครั้งที่นั่งรอเครื่องบินขึ้น

ถ้านั่งคิดจากข้อมูลต่างๆที่ได้อ่านมา เวทมนตร์ของพวกเขาเหล่านั้นมีสูตรง่ายๆคือ

ความฝัน+ความไม่ย่อท้อ  = ความสำเร็จ

ฝ้ายชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินผ่านตัวพี่สาวก่อนจะถอนหายใจแล้วก็ยิ้มออกมา ท่าทางนี้ทำให้พี่ถามว่า มีอะไรเหรอ?

ปากบอกว่า ไม่มีอะไร แต่ในใจกำลังนึกขอบคุณพี่น้องไรท์

 

 

เชื่อเถอะค่ะ ทุกคนมีสองมือ หนึ่งสมอง และความฝันนับไม่ถ้วน

เชื่อเถอะค่ะ ว่าคุณทำได้

และเชื่อเถอะ ว่าคุณเอง..ก็มีเวทมนตร์เหมือนกัน!

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

*[]* คนพูดนี้โดนใจมากๆๆเลยงับ
.
.
" พวกเราส่วนใหญ่ตอนเด็กๆ(หรือแก่ก็ตาม)"
.
.
ผมนะก้อมีความฝันอยากจะประดิษฐ์ รถที่ใช้ O2 ไปตัวขับเคลื่อนแต่ตอนนี้เค้าก้อทำกันไปหมดแล้ว = =" อดเลยงับ เป็นกำลังใจให้อัพต่อไปนะงับ
.
ปล. ความฝัน+ความไม่ย่อท้อ = ความสำเร็จ โดนใจ TT^TT

#1 By ::. S2 AngeL .:: on 2007-10-25 10:50

ดีจังที่ไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าดาย...อย่างน้อยๆเวลาที่กำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนก็คิดถึงสิ่งดีๆ และความฝัน ... ชอบที่บอกว่านั่งเครื่องบินแล้วขอบคุณพี่น้องตระกูลไรท์อ่ะ
เขียนได้น่ารัก มีชีวิตชีวาดีนะคะ สำนวนภาษาก็โอเค อัพไปเรื่อยๆนะคะ

#2 By (202.57.134.66) on 2007-10-25 11:45

การที่นักประดิษฐ์ทั้งหลายสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาก็เพื่อที่จะทำให้ตนเป็นอมตะ!!!ในความคิดของผม
ทุกท่านที่ประดิษฐ์สิ่งต่างๆเป็นคนซึ่งที่เคยดำรงอยู่จริง
เเละสิ่งของต่างๆก็เเสดงถึงการมีชีวิตของท่านเละสิ่งประดิษฐ์ก็คือตัวเเทนการดำรงอยู่ของท่านต่อไป

#3 By (125.25.27.229) on 2007-10-25 12:32

1.เครื่องบินบินได้เพระกฎของแบร์นูลลีครับ ความเร็วของลมที่ใต้ปีกเครื่องบินและเหนือปีกเครื่องบินทั้งสองข้างไม่เท่ากันครับ ทำให้เกิดแรงดัน หรือแรงลอยตัว ยกให้เครื่องบินนั้นลอยได้ครับ

ถ้ามีเวทย์มนต์ เวทย์มนต์จริงๆน่ะนะครับ ผมว่าโลกคงจะวิบัติในไม่ช้าแหละครับ

แต่เวทย์มนต์ที่เกิดจากมือมนุษย์และสมองนั่น ครับผมเชื่อว่านั่นคือสุดยอดของวิทยาการครับ

#4 By Kadaj on 2007-10-25 12:53

พูดได้ดีแฮะ...

แล้วนักฟุตบอลล่ะ
จะเสกเวทย์ยังไงหว่า

#5 By MeiiThamoN on 2007-10-25 15:57

ก่อนจะเสกคาถาได้ คงต้องไปเรียนที่ฮอร์กวอตก่อนรึปล่าวนะ
เพราะไม่ค่อยมั่นใจในคาถาซักเท่าไหร่

แต่ทุกอย่างจะเป็นจริงได้ต้องลงมือทำ
ทำ และ ทำ... : )
โดนร่ายมนต์เพิ่มกำลังใจใส่ซะแล้ว confused smile

#7 By [Greentale] on 2007-10-26 10:01

ความฝัน+ความไม่ย่อท้อ = ความสำเร็จ

ถูกต้องแล้วคร๊าบบบบconfused smile

#8 By lamoon on 2007-10-26 12:07

บางครั้ง พอเราเรียนมากรู้มาก เราก็ยิ่งรู้น้อย จินตนาการน้อยขึ้นเท่านั้น

บางครั้งยังต้องานั่งถามตัวเองบ่อยๆว่านี่ชั้นฉลาดขึ้นจริงเหรอนี่

#9 By TheDoctorWearsPrada on 2007-10-26 18:25

ตอนมัธยมอยากกลับไปเชือดสุนทรภู่ครับ ไม่งั้นก็ไม่ต้องมานั่งเรียน หรือแต่งกลอนส่งอ.หรอก แต่ถ้าไม่ต้องทำการบ้านส่งแล้วก็ชอบสุนทรภู่นะครับbig smile

เขียนดีนะครับ จะติดตามอ่านต่อไป surprised smile
แต่ผมเองก็มองตัวเองว่าเป็นเพียงเด็กธรรมดาopen-mounthed smile

#11 By นายฉิม on 2007-10-27 10:11