กำลังใจ กับ ชัยชนะ
posted on 03 Jan 2008 19:19 by windella in share-feelingนั่งมองหน้าจอคอมนานมาก.. กว่าจะคิดออกว่าจะลงมือเขียนอะไรดี ไม่สิ ต้องบอกว่ากว่าจะ"เลือก"ได้ว่าจะเขียนอะไรดี
ใครก็ตามที่นั่งอ่านบลอคนี้มามากกว่าหนึ่งครั้ง คงรู้ว่าส่วนใหญ่แล้วฝ้ายจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องของ"ความรู้สึก" หรือไม่ก็อะไรซึ้งๆ .. ความจริงแล้วตัวจริงฝ้ายไม่ค่อยเป็นอย่างนั้นเท่าไหร่หรอกนะ แต่บางครั้งความรู้สึกอยากเขียนเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นมาจากอะไรรู้มั้ยคะ..
การ์ตูน นั่นเอง
ตอนจะเขียนเอนทรีย์นี้ แอบลังเลนิดนึงว่าเขียนแต่ไอ้แบบนี้มันจะน่าเบื่อมั้ยว้า.. แต่คิดไปคิดมาก็นึกออก ว่าครั้งหนึ่งที่ฝ้ายเคยมีไดออนไลน์ ช่วงนั้นเฮิร์ทมาก ส่วนใหญ่ที่เขียนก็มีแต่การระบายความทุกข์ ตอนนั่งดูเอนทรีย์ที่เคยเขียนทั้งหมดก็คิดในใจว่า นี่ชั้นเขียนแต่อะไรไร้สาระ+งี่เง่าสุดๆแล้วก็เอามาเปิดเผยแก่สาธารณชนนี่หว่า.. แต่เพื่อนฝ้ายที่มีไดเหมือนกันบอกว่า
"อยากเขียนก็เขียนสิ ก็นี่มันคือไดของเรานี่นา"
เลยเลิกคิดมาก..ว่าแล้วก็พิมพ์ตามที่อยากเขียนเลยดีกว่า
น้อยคนแหละ ที่จะไม่รู้จัก SLAM DUNK
*เอนทรีย์นี้อาจจะสปอยล์สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านเน่อ*
เอนทรีย์นี้มันเกิดขึ้นมาเพราะไอ้การ์ตูนเรื่องนี้นั่นแล (แต่ความจริงก่อนหน้าไม่นานคิดๆว่าอยากเขียนเนื้อหานี้อยู่เหมือนกันนะ อ่อ มีกล่องเพลงเปิดเพลงแรกของเรื่องนี้อยู่ข้างล่าง ใครอยากฟังเลื่อนลงไปเปิดได้เลยเน่อ)
ตัวฝ้ายเองอ่านการ์ตูนอยู่พอสมควรนะ แต่slamdunkเนี่ย พึ่งจะได้ฤกษ์ซื้อมาอ่าน (อย่าพึ่งโห่ๆ ==;)
ช่อง 9 ฉายการ์ตูนเรื่องนี้ตอนปี 40 ซึ่งไอ้เราก็ยังเด็ก ที่จำได้แม่นอย่างเดียวคือ พระเอกของเรื่อง..ไอ้หัวแดงซากุรางิเนี่ยแหละ
แค่หนึ่งอาทิตย์ ซื้อเก็บครบหมด..การ์ตูนจบพร้อมๆกับความประทับใจ เล่มสุดท้ายเล่นเอาเราน้ำตาไหลพราก
ตัวฝ้ายเอง ไม่ใกล้ชิดกับคำว่ากีฬาเอาซะเลย ถ้าถามกันจริงๆ ไม่มีกิจกรรมอันไหนที่สนใจทำเป็นพิเศษเลยแหละ..ทั้งดนตรี ทั้งกีฬา เคยเรียนอิเล็กโทนอยู่2เดือนก็เลิกไป ไม่ใช่เพราะไม่ชอบ แต่เพราะช่วงที่เรียนเป็นปิดเทอม พอเปิดเทอมก็เหมือนมันห่างหายก็เลยจบไป ทั้งๆที่อาจารย์ที่สอนบอกว่ามือเล่นได้ดีแท้ๆ
เรื่องกีฬา..ตอนเด็กๆฝ้ายเก่งเรื่องวิ่งระยะสั้น ค่อนข้างมั่นใจในความเร็วตัวเอง ลงแข่งกีฬาก็มีแต่วิ่งเนี่ยแหละที่พอจะภูมิใจอยู่บ้าง มีเพื่อนสนิทที่เก่งกีฬา เราวิ่งแข่งกันบ่อยๆแต่ฝ้ายไม่เคยชนะเลย จนครั้งสุดท้ายล่ะมั้งที่วิ่งแข่งกัน เราใส่แรงเต็มที่..คิดว่าครั้งนี้แหละ ต้องชนะให้ได้! แล้วก็ชนะจริงๆนะ แต่ผลที่ได้กลับมาคือ เจ็บข้อเท้าขวา จนปัจจุบันถ้าวิ่งใส่แรงเต็มที่ก็จะเจ็บขึ้นมาตลอดเลย
โตมาจนป่านนี้..เลยได้แค่มองคนเค้าเล่นกัน เคยจินตนาการในหัวเหมือนกันเวลาดูคอนเสิร์ตหรือวงออเคสตร้า หรือจะเป็นตอนที่ดูการแข่งขันบาส..ฝ้ายจินตนาการว่า ถ้าเราได้ไปเป็นส่วนหนึ่งในนั้น..ถ้าเราได้ดีดกีต้าร์อยู่บนเวทีแข่งขัน ถ้าเรามีความสามารถและได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมบาส ..มันจะเป็นยังไงน้า..
คงมันส์ดีพิลึก
ความต้องการเล็กๆในหัวใจ..จบลงหลังจากดูการแข่งขันจบไม่นาน ไม่ได้สืบสานมันต่อแต่อย่างใด
ฝ้ายแค่ชอบมาก เวลามองดูความสนุกที่ได้แข่งขัน ความท้าทายกับคู่ต่อสู้ การแสดงความสามารถที่ตัวเรานั่งอ้าปากค้างว่าเขาทำแบบนั้นได้ยังไงนะ
เหมือนกับว่ามันขนลุก ใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น..เมื่อเรากระหายชัยชนะ
ตัวเอกในslamdunk นามซากุรางิ ฮานามิจิ จับพลัดจับผลูมาเข้าชมรมบาส สุดท้ายเขาก็ตกหลุมรักมัน
ซากุรางิตั้งต้นจากลูกนกที่ไม่รู้จักแม้การเลี้ยงบอล แม้จะถึงเล่มจบ เขาก็ไม่ได้เก่งเข้าขั้นเพอร์เฟ็คเหมือนรุคาว่าที่เป็นคู่กัดตลอดกาล ในการแข่งก็ทำฟาวล์บ่อยครั้ง แต่ด้วยนิสัยที่เต็มไปด้วยความบ้าระห่ำ ไร้ความกลัว ทำให้เขาไม่เคยหงอต่อคู่ต่อสู้ หนำซ้ำยังปลุกแรงใจในทีมให้กลับมาได้..แม้อีกฝ่ายที่ต้องทำการแข่งขันจะน่ากลัวและเก่งกาจสักเพียงใด
การแข่งที่ดูจะหินที่สุดคงจะเป็นนัดสุดท้ายของการ์ตูนเรื่องยาวเรื่องนี้
อีกฝ่ายเป็นถึงแชมป์เก่าของการแข่งขันอินเตอร์ไฮเมื่อปีก่อน ในขณะที่ทีมของตนนั้นโนเนมแทบไม่มีใครสนใจ
ชวนให้กังวลตั้งแต่ก่อนแข่งว่า..มันจะชนะได้หรือนี่?
ในชีวิตนักเรียนอย่างฝ้าย ถ้าจะหาอะไรที่คล้ายๆกับการแข่งขัน ..ก็คงจะเป็นการสอบ
ไม่ใช่ว่าจะแข่งทำคะแนนกับใครเขาหรอก..
แต่ในวิชาที่ทั้งเกลียดทั้งกลัวอย่างเลข..ตอนใกล้สอบฝ้ายรู้สึกเหมือนกำลังจะขึ้นเขียงเลยทีเดียว
รู้ตัวอยู่ว่าไม่ถนัดคำนวณ แต่ในเมื่อสอบเข้ามาอยู่สายวิทย์ ไอ้จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้
แต่พอหยิบหนังสือขึ้นมา พยายามนั่งทำ ทำเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ สุดท้ายถึงกับนั่งร้องไห้
เวลาที่มีก็ต้องเอาไปอ่านวิชาอื่นเหมือนกัน แค่เวลาไม่กี่วันจะต้องสอบอยู่รอมร่อ..จะทำยังไงดี
เลิกพูดเรื่องเกรดเลขดีๆ แค่จะเอาให้ไม่ตกเนี่ย..จะทำได้เร้อ?
ครึ่งแรกของการแข่งขัน ทีมโชโฮคุคิดว่าการแข่งขันนั้นผ่านไปด้วยดี สู้กันได้..แต่ใครจะคิดว่าครึ่งหลัง คะแนนที่เคยคิดว่านำกลับถูกคู่ต่อสู้ไล่จนแต้มห่างอยู่ร่วม 20 แต้ม
เสียงเชียร์ฝ่ายซังโนคู่ต่อสู้นั้นดังกระหึ่ม
ความเหนื่อยล้าของร่างกาย ความท้อแท้ที่กัดกร่อน และความกดดันของเวลา ดูเหมือนว่าทุกอย่างแทบสิ้นหวังไปแล้ว
ไล่ตามอยู่ขนาดนี้ แถมยังทำคะแนนไม่ได้เลย..ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไหร่ ยังไงก็แพ้
แต่ซากุรางิ ฮานามิจิ ไม่คิดเช่นนั้น
โค้ชของพวกเขาที่ยังคงเชื่อว่าทีมของเขาจะยังชนะได้ ความบ้าของซากุรางินั้นถึงกับกล้าประกาศว่าทีมของตนจะต้องชนะ
ฟังดูน่าหัวเราะเยาะเพราะดูจากคะแนนแล้ว น่าจะยกธงขาวยอมแพ้แต่โดยดีเสียมากกว่า
โค้ชเคยบอกไว้ว่า "เกมจะจบทันทีเมื่อเรายอมแพ้"
เพราะถ้าเกิดทุกคนในทีมหมดกำลังใจที่จะเล่นต่อในตอนนั้น..คงไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆจะนำชัยชนะมาให้อย่างแน่แท้
เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งที่สนิทที่เคยฟังคำบ่นผ่านโทรศัพท์
ฝ้ายบอกว่า
เลขมันยากจะตาย ถึงจะบอกให้ทำใจให้รักแต่มันยากขนาดนี้ ยังไงก็ไม่ไหวว่ะ ไม่อยากทำมันเลย..เกลียดมันชะมัดยาด
พยายามให้ตาย คะแนนก็ไม่ได้ดีเหมือนที่อยากให้เป็น ร่อแร่ๆอย่างนี้ถ่วงเกรดเป็นบ้า
มันพูดกลับมาว่า
"เอาน่า..ใจเย็นๆแล้วค่อยๆทำไปเถอะ ถึงคะแนนอาจจะไม่ได้ดีเลิศเหมือนคนที่เขาเก่งๆ แต่อย่างน้อย ถ้าคุณฝึกมากขึ้น
ผมว่าคะแนนคุณก็ต้องเพิ่มขึ้นบ้างแหละน่า"
ฝ้ายเงียบไปนาน..
ซากุรางิได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการเล่นนัดนั้น
ทั้งๆที่กำลังไล่ตามอย่างสุดชีวิต..ทั้งๆที่กำลังสู้ขาดใจอยู่แท้ๆ
เขากัดฟันลงเล่น แม้จะมีคำทัดทานจากโค้ชก็ตาม
ความพยายามที่ทุ่มเทไม่ได้สูญเปล่า
เพราะในที่สุด ทีมที่ถูกมองว่าจะต้องแพ้อย่างแน่นอน..กลับได้ชัยชนะไป ด้วยการชู้ตลูกสุดท้ายของซากุรางิ ด้วยลูกนั้นถูกส่งต่อมาจากมือของรุคาว่าที่ไม่เคยส่งบอลให้ และด้วยความร่วมมือความสามัคคีจากทุกๆคนในทีม
ด้วยความเชื่อมั่นในทีม ด้วยแรงใจ และความไม่ยอมแพ้จนวินาทีสุดท้าย นำชัยชนะมาในที่สุด
เราไม่ต้องถึงกับเป็นผู้เล่นในเกมกีฬา แต่ตลอดเวลาเราอยู่ในเกมชีวิตจริงที่ต้องแข่งขันไม่ต่างกัน
ท่ามกลางการทำงานที่ไม่ง่ายดาย ความเครียด ความสิ้นหวังย่อมจู่โจมเราเป็นระยะๆ
แต่เราจะแพ้..หากใจเราแพ้ตั้งแต่เริ่ม
หลังจากเงียบไปนาน..ฝ้ายบอกว่า เออ ไปทำแบบฝึกหัดต่อก็ได้วะ
เขาส่งเสียงมาว่า อ้าว จะไปซะแล้วเหรอ
ฝ้ายบอกไปว่า "ก็ไม่อยากสอบตกนี่หว่า"
บางครั้ง แม้เราจะท้อแท้
แต่สุดท้าย ถ้าเรายืนขึ้นได้ใหม่ จงถามตัวเองว่า "กลัวมันทำไมวะ" แล้วบอกกับตัวเองสักหน่อยว่า "สู้โว้ย!!"
ขอแค่กำลังใจ ชัยชนะก็มาแล้วตั้งครึ่ง
อีกครั้งที่เหลืออาจจะมีผิดหวังบ้าง
แต่อย่างน้อยๆ เราก็เอาชนะไอ้สิ่งที่เรียกว่า"ความกลัว"ได้แบบนิ้งๆแล้ว
คุณว่าจริงมั้ยล่ะ?
ปล. ให้ตายเหอะ รักครอบครัวนี้ชะมัดยาด!
- อืมม..ข้าพเจ้ายังคงสงสัยว่า คำว่าslam กับ dunk เนี่ย มันเขียนติดกันหรือแยกหว่า -*-
- รักการ์ตูนยุค'90มากมาย
ใครคิดถึง แถมเพลงให้ฟังด้วย หุๆ
) ทุกวันนี้เล่นบาสแล้วก็จะเอาคำพูดตัวละครมาแซวเล่นกัน เช่น วันนี้มิตจี้ไม่ใช่กระจอกนะเว้ย หรืออย่าง ลูกชูตฟองเบียร์ เป็นต้น

เป็นกำลังใจให้นะครับ
#1 By redtear on 2008-01-04 03:04