เมื่อเด็กวิทย์อยากเรียนศิลปะ..มันผิดตรงไหน?
posted on 05 Jan 2008 17:47 by windella in about-meฝ้ายอยู่สายวิทย์ ทั้งๆตัวเองก็ไม่ได้ถนัดสายวิทย์เอาเลย
ตอนนี้อยู่ม.5 ใกล้เวลาที่จะต้องลงสู่สนามสอบครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง
ช่วงนี้มีแต่คนถามว่า "จะเข้าคณะอะไร"
ฝ้ายบอกไปว่า "กำลังดูๆศิลปกรรมอยู่ค่ะ"
แล้วก็มักจะถูกถามกลับมาว่า "อ้าว ทำไมไม่เรียนหมอล่ะ"
.......
ฝ้ายได้แต่หัวเราะแหะๆ ในใจคิดว่า
"ชั้นไม่ชอบวิทยาศาสตร์(โว้ย!)"
เรียนหมอ ฟังฉลาดดี เงินดี ไม่ตกงาน มั่นคงดี เรียนไปแล้วอาจจะหน้าตาดีตาม (เอิ่ม.. อันหลังช่างมันเถอะ)
ความจริงแล้ว ตอนสอบเข้าม.ปลาย ฝ้ายยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอะไรดี เลยเลือกสายวิทย์ไปก่อน (ความจริงแอบลังเล ว่าจะเข้าศิลป์คำนวณไปดีมั้ย) แต่คิดไปคิดมา ไอ้ที่ๆจะสอบเนี่ย..มันติดยากจะตาย เราอาจจะไม่ติดก็ได้ สอบไปเล่นๆเท่านั้นแหละ หึๆ
ผลปรากฎว่ามันติด ปัจจุบันก็เลยเป็นเด็กสายวิทย์ พอเป็นเด็กสายวิทย์ ทุกคนก็อยากให้เรียนหมอ
เรียนหมอน่ะดีนะ.. ค่ะ (มันดี ไม่มีใครเถียงหรอกว่าเรียนหมอจะไม่ดี)
เรียนหมอน่ะมั่นคงแถมเงินดีด้วย ..ค่ะ
ไหนๆก็เรียนสายวิทย์ แล้วทำไมไม่เรียนหมอล่ะ ไม่เสียดายความรู้เหรอ จะไปเรียนศิลปะทำไม
.........................
ฝ้ายว่าเมืองไทย ติดค่านิยมเรื่อง "เรียนหมอ" เอามากๆ
แต่กับศิลปะแล้ว..ในสายตาของผู้ใหญ่เท่าที่เจอมา ไม่มีใครเชียร์ให้เรียน ไม่มีใครสนับสนุนสักคน
แถมกับบางคนยังเป็นอคติแง่ลบว่าเรียนศิลปะแล้วอาจหางานไม่ได้และกลายเป็นจิตรกรไส้แห้งก็ได้
คุณพ่อของฝ้ายเรียนทันตแพทย์มา ท่านอยากให้เป็นหมอฟันเอามากๆ..
บ้านฝ้ายไม่ได้ถึงกับบังคับว่า 'ต้อง' เรียนอะไร แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่า
'อยากเรียนอะไรก็เรียนเถอะ ชอบอะไรก็เรียนไป' แล้วก็จะมีหยอดท้ายว่า
..'แต่เรียนหมอดีกว่านะ'
เรื่องของการเลือกอาชีพ ตัวเองก็เครียดอยู่เหมือนกัน เพราะถูกถามมาตั้งแต่ม.ต้นแล้วว่าอยากเป็นอะไร แต่ฝ้ายจะตอบว่ายังไม่รู้ไปเสียทุกครั้ง
เมื่อก่อนตอนเด็กๆฝ้ายชอบวาดรูป ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมเดียวที่ทำแล้วได้รับคำชมว่ามีพรสวรรค์อยู่จำนวนหนึ่ง ตอนเด็กๆก็เคยอยากเป็นจิตรกร เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ว่าสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับศิลปะมันมีอะไรบ้าง
อ่อ อาจจะรู้จักอยู่อย่างก็ อินทีเรีย ดีไซเนอร์
แต่ไปๆมาๆวันหนึ่งก็คิดกับตัวเองว่า ถ้าเรียนศิลปะไปจริงๆ เราจะสู้คนอื่นที่เค้ามีหัวมากกว่าเราได้เหรอ เราไม่ได้ครีเอทีฟ หรือ 'ติสต์' เหมือนใครๆ เรียนไปยังไงก็แพ้เค้าอยู่ดี
โครงการจิตรกรน้อยจึงพับเก็บไป ช่วงม.ต้นไม่เคยคิดถึงอีก
ช่วงม.ต้นค้นเจอตัวเองอีกอย่างคือเป็นคนชอบเขียน
ตอนเรียนประถม เพื่อนพี่เขียนเรื่องแฟนตาซีๆเองวาดรูปประกอบเอง พี่บอกว่ามันแต่งเล่นๆให้เพื่อนในห้องอ่าน พอเราได้อ่านก็อยากเขียนมั่ง ใช้สมุดโรงเรียนเขียนได้ตั้ง5-6เล่ม แถมประกอบกับชอบวาดรูป ก็เลยเลียนแบบวาดประกอบเองด้วย
ตอนม.ต้น เล่นอินเตอร์เน็ตก็ชอบแต่งเรื่องโพสต์ด้วย สนุกดีกับการนั่งคิดพล็อตเรื่อง คิดตัวละคร ช่วงม.ต้นก็เป็นครั้งแรกที่ได้ลองเขียน 'ไดอารี่ออนไลน์' ชอบมากๆที่ได้เขียนเรื่องแล้วมีคนอื่นเข้ามาอ่าน มีความสุข
ความฝันว่า อยากเป็นนักเขียนที่มีหนังสือเป็นของตัวเองก็ผุดขึ้นมา
แต่พอบอกพ่อกับแม่ ทั้งคู่บอกว่า เรียนอะไรก็เป็นนักเขียนได้ แต่นักเขียนไม่เหมาะจะเป็นอาชีพหลักหรอก
อันนี้เราก็เห็นด้วย..สุดท้าย ..'นักเขียน' จึงยังไม่ใช่คำตอบ แต่ยังเก็บฝันไว้ว่าอยากจะเป็นนักเขียนเป็นอาชีพเสริม
เรียนจนจบม.ต้น..ไม่มีวิชาไหนชอบเป็นพิเศษเลย ยกเว้นศิลปะที่พอจะเพลินได้บ้างเวลาทำงาน เพราะรู้สึกสนุกดี
แต่สุดท้ายคำถามที่ว่า "อยากเป็นอะไร" ก็ยังไม่มีคำตอบ
มาม.ปลาย ชีวิตม.ปลายทำให้รู้ว่า ตัวเองไม่ใช่เด็กสายวิทย์หรอก แค่อยู่ในระดับที่ 'พอเรียนได้' ก็เท่านั้น เพราะรู้ตัวแล้วว่าไม่ชอบวิชาคำนวณ ไม่ชอบตัวเลขแล้วก็ไม่ถนัดขั้นรุนแรง
คำถามนั้นถูกถามถี่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังหาตัวเองไม่เจอสักที อิจฉาพวกเพื่อนที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเป็นวิศวกร..จะเป็นศัลยแพทย์.. แล้วตัวเราอยากเป็นอะไรกันแน่ล่ะเนี่ย
แต่จะเรียนทางด้านศิลปะเหรอ..ก็กลัวแพ้คนอื่นเค้า
สุดท้ายก็เลยตัดสินใจไปเรียนdrawing เวลาทำงานมันก็เพลินมือดี เคยทำถึงตี2ยังไม่ง่วงเลย
ตัวเองเป็นคนชอบหนังสือ เลยเริ่มสนใจด้านgraphic design ความจริงสาขาที่เกี่ยวกับศิลปะมีเยอะ ที่เรียนก็เช่นกัน จึงยังไม่ได้กำหนดแน่นอนว่าอยากเข้าที่ไหน
แต่พอตอบใครๆไปว่า อยากเข้าศิลปกรรม.. ทุกคนกลับเชียร์ให้เรียนหมอ
คุณลุงของฝ้าย..บอกว่า เรียนศิลปะน่ะ มันต้องไปเป็นลูกน้องเค้านะ เราต้องไปเสนองานให้เค้า ถ้าเค้าไม่ชอบ เค้าก็ไม่รับเรา สมมติถ้าเป็นหมอ เป็นหมอฟัน เธอก็จะได้เปิดคลีนิคเป็นของตัวเอง แล้วยังไงๆก็มีคนไข้ไม่ต้องกังวลว่าเรียนไปแล้วจะตกงาน
วันนั้นฝ้ายทนไม่ไหว ฝ้ายบอกว่า ถ้าฝ้ายเลือกได้ว่าจะชอบอะไร ฝ้ายอยากให้ตัวเองชอบเรียนวิทยาศาสตร์
อยากให้ตัวเองเก่งเลข อยากให้ตัวเองอยากเรียนหมอ เพราะข้อดีทุกอย่างที่คุณลุงพูดมา ฝ้ายไม่เถียง ดีด้วยซ้ำ งานดีเงินดี ใครจะไม่อยากเป็น
แต่ฝ้าย ' ไม่ชอบ '
คุณลุงถามว่าตอนนี้เรียนแล้วเกรดเป็นยังไง
เกรดฝ้าย ถ้าวิชาทั่วไปก็ดี แต่ช่วงหลังๆพวกเคมีฟิสิกส์ชีวะ จากม.4ที่เคยได้เกรด4 ตอนนี้เริ่มร่วงแล้วค่ะ เลขไม่ต้องพูดถึง อาการหนักที่สุดแล้ว
คุณลุงบอกว่า ถ้างั้นก็ไปเรียนพิเศษเพิ่มสิ พยายามหน่อย จะได้คะแนนดีๆ ทำไมไม่สู้คนอื่นเค้า
...ฝ้ายเงียบไป
ฝ้ายไม่ได้อยากแข่งกับใครเพื่อให้ได้เรียนหมอ เพราะฝ้ายไม่ชอบมันเอาซะเลย
พ่อฝ้ายบอกว่า เค้ารู้ว่าฝ้ายอยู่ระดับไหน แล้วเค้าก็รู้ว่าถ้าเรียนทันตะละก็ เรียนได้แน่ เค้าบอกว่าตอนเรียนจริงๆมันจะเกี่ยวกับศิลปะ ความรู้ด้านทฤษฎีจะไม่ค่อยได้ใช้หรอก พวกเลขกับเคมีฟิสิกส์ก็โผล่มานิดเดียวเอง
อยากถามว่า..พูดไปถึงเรื่องเรียน แต่เรื่องสอบเข้าล่ะคะ คิดว่ามันง่ายเหรอ
คำที่ฝ้ายพูดเหมือนกันตอนที่คุยกับลุงกับพ่อก็คือ
"เรียนหมอ..อาจจะเรียนได้ แต่มันจะดีกว่าไม่ใช่เหรอคะ ถ้าเราได้เรียนในสิ่งที่เราชอบ"
พ่อเคยพูดไว้ว่าเรียนศิลปะน่ะ งานหนักมากนะ งานหนักกว่าหมอเสียอีก โปรเจคนึงทำกันข้ามคืนงี้ เหนื่อยไม่ใช่เล่น
แต่ฝ้ายคิดแค่ว่า เรียนอะไรงานมันก็หนักทั้งนั้นแหละ หนักมากหนักน้อยต่างกันบ้าง แต่ยังไงเราก็ต้องเจอ แล้วถ้าชอบจริงๆ ยังจะต้องกลัวงานหนักไปเพื่ออะไรล่ะ..?
บางครั้งฝ้ายก็อยากให้เปิดใจบ้างนะ สมัยนี้ไม่ใช่ว่าเรียนพวกศิลปะแล้วจะต้องจนหรือตกงานแน่ๆ..แถมมันมีอะไรอีกมากมายที่มากกว่าคำว่า "จิตรกร" หรือ pure art ที่เห็นๆกันนะ..
ไม่อยากใช้คำว่าอคติ แต่กับผู้ใหญ่บางคน มันเป็นแบบนั้นจริงๆ
ไม่ใช่ว่าฝ้ายไม่เข้าใจถึงความหวังดีของคนที่ผ่านโลกมาก่อน.. ฝ้ายรู้ว่าชีวิตมันไม่ง่าย ไม่มีใครได้สิ่งที่ต้องการไปหมดเสียทุกอย่าง เอาเข้าจริงๆเรียนมาอาจจะไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำ ชีวิตไม่ใช่แค่ความฝันที่อยากเป็นอะไรก็เป็นได้ ในอนาคตเค้าก็อยากให้เรามีฐานการงานที่ดี มั่นคง เลี้ยงตัวได้ ไอ้จะทำตามฝันไปหมดเสียทุกอย่างแล้วกลับมาตายรัง..ชีวิตมันไม่ใช่แบบนั้น
แต่ผิดหรือเปล่าที่ฝ้ายไม่ได้อยากเป็นหมอ
ผิดหรือเปล่า ..ที่อยากเรียนศิลปะ?
ผิดหรือเปล่า ..ที่อยากไล่ตามฝันของตัวเอง
ปล. คาดว่าจะมีคอมเม้นท์ที่มีความเห็นแตกต่างกันไป แต่ไม่รู้สิคะ..== กลัวเหมือนกันที่จะต้องเจอคอมเม้นท์ที่ทำเราฝ่อ ประหลาดดีแท้ ยังไงก็คอมเม้นท์แบบเอ็นดูกันหน่อยละกัน แหะๆ
ปล.2 ก็คนมันไม่เก่งวิทย์นี่หว่า ฮือๆๆๆ TT^TT
ปล.3 เพลงนี้ โดนซะ
edit 20.23 น.
อย่างแรกค่ะ..ตกใจมาก มากถึงมากที่สุด ที่เปิดเข้ามาแล้วมี80กว่าคอมเม้นท์ ฝ้ายนั่งเล่นเนตไปลองรีเฟรชไปเรื่อยๆ โอว..100แล้ว OoO....
อยากบอกว่า ขอบคุณทุกคนมากๆ แต่ละคอมเม้นท์ถึงจะยาวแต่ฝ้ายอ่านหมดนะ ขอบคุณทุกๆคำแนะนำ ฝ้ายคงจะเขียนภาคต่อซะหน่อย เขียนขอบคุณแล้วก็อยากจะเล่าอะไรนิดหน่อยเพิ่มเติมด้วย ถ้ามีใครที่เปิดเข้ามาซ้ำละก็ ฝ้ายขอบคุณไว้ตรงนี้เลยนะคะ
ขอบคุณมากๆ..
ถ้ามีโอกาสอย่าลืมเข้ามาอ่านนะคะ..
ปล. จะค่อยๆกลับไปคอมเม้นท์นะคะ เยอะมากกกกจริงๆ เห็นแล้วอึ้ง มีหลายๆคนที่ฝ้ายก็อยากบอกอะไรเหมือนกัน โดยเฉพาะน้องๆที่เข้ามาอ่าน
อีกรอบ..
ขอบคุณมากจริงๆค่ะ จาก ใจ
ล้อเล่นนะฝ้าย คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่า พ่อแม่ครอบครัวคาดหวังเราอยู่แล้วละครับ พี่เป็นลูกชายคนโตโดนคาดหวังมาโดยตลอดและก็ทำตัว
ชอบศิลป์แต่เรียนวิทย์เพราะค่านิยมของคนรอบตัวที่กรอกหูว่าเป็นหมอดียังงั้นดียังนี้
ทุกวันนี้เลยไม่ต่างอะไรกับหมาครับ
จงไปตามเส้นทางที่หัวใจน้องฝ้ายเรียกร้องเถอะครับ
เรียนในสิ่งที่ชอบ ทำงานในสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข
เพราะเราต้องอยู่กับมันไปจนตาย
ชีวิตเรา เราต้องเลือกเอง
อย่ากลัวอะไรล่วงหน้าครับ
#1 By Ripley on 2008-01-05 19:41