ฝ้ายอยู่สายวิทย์ ทั้งๆตัวเองก็ไม่ได้ถนัดสายวิทย์เอาเลย

ตอนนี้อยู่ม.5 ใกล้เวลาที่จะต้องลงสู่สนามสอบครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง

ช่วงนี้มีแต่คนถามว่า "จะเข้าคณะอะไร"

ฝ้ายบอกไปว่า "กำลังดูๆศิลปกรรมอยู่ค่ะ"

แล้วก็มักจะถูกถามกลับมาว่า "อ้าว ทำไมไม่เรียนหมอล่ะ"

.......

ฝ้ายได้แต่หัวเราะแหะๆ ในใจคิดว่า

"ชั้นไม่ชอบวิทยาศาสตร์(โว้ย!)"

 

 

เรียนหมอ ฟังฉลาดดี เงินดี ไม่ตกงาน มั่นคงดี เรียนไปแล้วอาจจะหน้าตาดีตาม (เอิ่ม.. อันหลังช่างมันเถอะ)

ความจริงแล้ว ตอนสอบเข้าม.ปลาย ฝ้ายยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอะไรดี เลยเลือกสายวิทย์ไปก่อน (ความจริงแอบลังเล ว่าจะเข้าศิลป์คำนวณไปดีมั้ย) แต่คิดไปคิดมา ไอ้ที่ๆจะสอบเนี่ย..มันติดยากจะตาย เราอาจจะไม่ติดก็ได้ สอบไปเล่นๆเท่านั้นแหละ หึๆ

ผลปรากฎว่ามันติด ปัจจุบันก็เลยเป็นเด็กสายวิทย์ พอเป็นเด็กสายวิทย์ ทุกคนก็อยากให้เรียนหมอ

เรียนหมอน่ะดีนะ.. ค่ะ (มันดี ไม่มีใครเถียงหรอกว่าเรียนหมอจะไม่ดี)

เรียนหมอน่ะมั่นคงแถมเงินดีด้วย ..ค่ะ

ไหนๆก็เรียนสายวิทย์ แล้วทำไมไม่เรียนหมอล่ะ ไม่เสียดายความรู้เหรอ จะไปเรียนศิลปะทำไม

.........................

 

 

ฝ้ายว่าเมืองไทย ติดค่านิยมเรื่อง "เรียนหมอ" เอามากๆ

แต่กับศิลปะแล้ว..ในสายตาของผู้ใหญ่เท่าที่เจอมา ไม่มีใครเชียร์ให้เรียน ไม่มีใครสนับสนุนสักคน

แถมกับบางคนยังเป็นอคติแง่ลบว่าเรียนศิลปะแล้วอาจหางานไม่ได้และกลายเป็นจิตรกรไส้แห้งก็ได้

คุณพ่อของฝ้ายเรียนทันตแพทย์มา ท่านอยากให้เป็นหมอฟันเอามากๆ..

บ้านฝ้ายไม่ได้ถึงกับบังคับว่า 'ต้อง' เรียนอะไร แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่า

'อยากเรียนอะไรก็เรียนเถอะ ชอบอะไรก็เรียนไป' แล้วก็จะมีหยอดท้ายว่า   

 

..'แต่เรียนหมอดีกว่านะ'

 

 

 

เรื่องของการเลือกอาชีพ ตัวเองก็เครียดอยู่เหมือนกัน เพราะถูกถามมาตั้งแต่ม.ต้นแล้วว่าอยากเป็นอะไร แต่ฝ้ายจะตอบว่ายังไม่รู้ไปเสียทุกครั้ง

เมื่อก่อนตอนเด็กๆฝ้ายชอบวาดรูป ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมเดียวที่ทำแล้วได้รับคำชมว่ามีพรสวรรค์อยู่จำนวนหนึ่ง ตอนเด็กๆก็เคยอยากเป็นจิตรกร เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ว่าสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับศิลปะมันมีอะไรบ้าง

อ่อ อาจจะรู้จักอยู่อย่างก็ อินทีเรีย ดีไซเนอร์

แต่ไปๆมาๆวันหนึ่งก็คิดกับตัวเองว่า ถ้าเรียนศิลปะไปจริงๆ เราจะสู้คนอื่นที่เค้ามีหัวมากกว่าเราได้เหรอ เราไม่ได้ครีเอทีฟ หรือ 'ติสต์' เหมือนใครๆ เรียนไปยังไงก็แพ้เค้าอยู่ดี

โครงการจิตรกรน้อยจึงพับเก็บไป ช่วงม.ต้นไม่เคยคิดถึงอีก

ช่วงม.ต้นค้นเจอตัวเองอีกอย่างคือเป็นคนชอบเขียน

ตอนเรียนประถม เพื่อนพี่เขียนเรื่องแฟนตาซีๆเองวาดรูปประกอบเอง พี่บอกว่ามันแต่งเล่นๆให้เพื่อนในห้องอ่าน พอเราได้อ่านก็อยากเขียนมั่ง ใช้สมุดโรงเรียนเขียนได้ตั้ง5-6เล่ม แถมประกอบกับชอบวาดรูป ก็เลยเลียนแบบวาดประกอบเองด้วย

ตอนม.ต้น เล่นอินเตอร์เน็ตก็ชอบแต่งเรื่องโพสต์ด้วย สนุกดีกับการนั่งคิดพล็อตเรื่อง คิดตัวละคร ช่วงม.ต้นก็เป็นครั้งแรกที่ได้ลองเขียน 'ไดอารี่ออนไลน์' ชอบมากๆที่ได้เขียนเรื่องแล้วมีคนอื่นเข้ามาอ่าน มีความสุข

ความฝันว่า อยากเป็นนักเขียนที่มีหนังสือเป็นของตัวเองก็ผุดขึ้นมา
แต่พอบอกพ่อกับแม่ ทั้งคู่บอกว่า เรียนอะไรก็เป็นนักเขียนได้ แต่นักเขียนไม่เหมาะจะเป็นอาชีพหลักหรอก

อันนี้เราก็เห็นด้วย..สุดท้าย ..'นักเขียน' จึงยังไม่ใช่คำตอบ แต่ยังเก็บฝันไว้ว่าอยากจะเป็นนักเขียนเป็นอาชีพเสริม

เรียนจนจบม.ต้น..ไม่มีวิชาไหนชอบเป็นพิเศษเลย ยกเว้นศิลปะที่พอจะเพลินได้บ้างเวลาทำงาน เพราะรู้สึกสนุกดี

แต่สุดท้ายคำถามที่ว่า "อยากเป็นอะไร" ก็ยังไม่มีคำตอบ

มาม.ปลาย ชีวิตม.ปลายทำให้รู้ว่า ตัวเองไม่ใช่เด็กสายวิทย์หรอก แค่อยู่ในระดับที่ 'พอเรียนได้' ก็เท่านั้น เพราะรู้ตัวแล้วว่าไม่ชอบวิชาคำนวณ ไม่ชอบตัวเลขแล้วก็ไม่ถนัดขั้นรุนแรง

คำถามนั้นถูกถามถี่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังหาตัวเองไม่เจอสักที อิจฉาพวกเพื่อนที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเป็นวิศวกร..จะเป็นศัลยแพทย์.. แล้วตัวเราอยากเป็นอะไรกันแน่ล่ะเนี่ย

แต่จะเรียนทางด้านศิลปะเหรอ..ก็กลัวแพ้คนอื่นเค้า

สุดท้ายก็เลยตัดสินใจไปเรียนdrawing เวลาทำงานมันก็เพลินมือดี เคยทำถึงตี2ยังไม่ง่วงเลย

ตัวเองเป็นคนชอบหนังสือ เลยเริ่มสนใจด้านgraphic design ความจริงสาขาที่เกี่ยวกับศิลปะมีเยอะ ที่เรียนก็เช่นกัน จึงยังไม่ได้กำหนดแน่นอนว่าอยากเข้าที่ไหน

แต่พอตอบใครๆไปว่า อยากเข้าศิลปกรรม.. ทุกคนกลับเชียร์ให้เรียนหมอ

 

 

 

 คุณลุงของฝ้าย..บอกว่า เรียนศิลปะน่ะ มันต้องไปเป็นลูกน้องเค้านะ เราต้องไปเสนองานให้เค้า ถ้าเค้าไม่ชอบ เค้าก็ไม่รับเรา สมมติถ้าเป็นหมอ เป็นหมอฟัน เธอก็จะได้เปิดคลีนิคเป็นของตัวเอง แล้วยังไงๆก็มีคนไข้ไม่ต้องกังวลว่าเรียนไปแล้วจะตกงาน

วันนั้นฝ้ายทนไม่ไหว ฝ้ายบอกว่า ถ้าฝ้ายเลือกได้ว่าจะชอบอะไร ฝ้ายอยากให้ตัวเองชอบเรียนวิทยาศาสตร์

อยากให้ตัวเองเก่งเลข อยากให้ตัวเองอยากเรียนหมอ เพราะข้อดีทุกอย่างที่คุณลุงพูดมา ฝ้ายไม่เถียง ดีด้วยซ้ำ งานดีเงินดี ใครจะไม่อยากเป็น

แต่ฝ้าย ' ไม่ชอบ '

คุณลุงถามว่าตอนนี้เรียนแล้วเกรดเป็นยังไง

เกรดฝ้าย ถ้าวิชาทั่วไปก็ดี แต่ช่วงหลังๆพวกเคมีฟิสิกส์ชีวะ จากม.4ที่เคยได้เกรด4 ตอนนี้เริ่มร่วงแล้วค่ะ เลขไม่ต้องพูดถึง อาการหนักที่สุดแล้ว

คุณลุงบอกว่า ถ้างั้นก็ไปเรียนพิเศษเพิ่มสิ พยายามหน่อย จะได้คะแนนดีๆ ทำไมไม่สู้คนอื่นเค้า

...ฝ้ายเงียบไป

ฝ้ายไม่ได้อยากแข่งกับใครเพื่อให้ได้เรียนหมอ เพราะฝ้ายไม่ชอบมันเอาซะเลย

พ่อฝ้ายบอกว่า เค้ารู้ว่าฝ้ายอยู่ระดับไหน แล้วเค้าก็รู้ว่าถ้าเรียนทันตะละก็ เรียนได้แน่ เค้าบอกว่าตอนเรียนจริงๆมันจะเกี่ยวกับศิลปะ ความรู้ด้านทฤษฎีจะไม่ค่อยได้ใช้หรอก พวกเลขกับเคมีฟิสิกส์ก็โผล่มานิดเดียวเอง

อยากถามว่า..พูดไปถึงเรื่องเรียน แต่เรื่องสอบเข้าล่ะคะ คิดว่ามันง่ายเหรอ

คำที่ฝ้ายพูดเหมือนกันตอนที่คุยกับลุงกับพ่อก็คือ

"เรียนหมอ..อาจจะเรียนได้ แต่มันจะดีกว่าไม่ใช่เหรอคะ ถ้าเราได้เรียนในสิ่งที่เราชอบ"

 

 

พ่อเคยพูดไว้ว่าเรียนศิลปะน่ะ งานหนักมากนะ งานหนักกว่าหมอเสียอีก โปรเจคนึงทำกันข้ามคืนงี้ เหนื่อยไม่ใช่เล่น

แต่ฝ้ายคิดแค่ว่า เรียนอะไรงานมันก็หนักทั้งนั้นแหละ หนักมากหนักน้อยต่างกันบ้าง แต่ยังไงเราก็ต้องเจอ แล้วถ้าชอบจริงๆ ยังจะต้องกลัวงานหนักไปเพื่ออะไรล่ะ..?

 

 

บางครั้งฝ้ายก็อยากให้เปิดใจบ้างนะ สมัยนี้ไม่ใช่ว่าเรียนพวกศิลปะแล้วจะต้องจนหรือตกงานแน่ๆ..แถมมันมีอะไรอีกมากมายที่มากกว่าคำว่า "จิตรกร" หรือ pure art ที่เห็นๆกันนะ..

ไม่อยากใช้คำว่าอคติ แต่กับผู้ใหญ่บางคน มันเป็นแบบนั้นจริงๆ

ไม่ใช่ว่าฝ้ายไม่เข้าใจถึงความหวังดีของคนที่ผ่านโลกมาก่อน.. ฝ้ายรู้ว่าชีวิตมันไม่ง่าย ไม่มีใครได้สิ่งที่ต้องการไปหมดเสียทุกอย่าง เอาเข้าจริงๆเรียนมาอาจจะไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำ ชีวิตไม่ใช่แค่ความฝันที่อยากเป็นอะไรก็เป็นได้ ในอนาคตเค้าก็อยากให้เรามีฐานการงานที่ดี มั่นคง เลี้ยงตัวได้ ไอ้จะทำตามฝันไปหมดเสียทุกอย่างแล้วกลับมาตายรัง..ชีวิตมันไม่ใช่แบบนั้น

 

 

แต่ผิดหรือเปล่าที่ฝ้ายไม่ได้อยากเป็นหมอ

ผิดหรือเปล่า ..ที่อยากเรียนศิลปะ?

ผิดหรือเปล่า ..ที่อยากไล่ตามฝันของตัวเอง

 

ปล. คาดว่าจะมีคอมเม้นท์ที่มีความเห็นแตกต่างกันไป แต่ไม่รู้สิคะ..== กลัวเหมือนกันที่จะต้องเจอคอมเม้นท์ที่ทำเราฝ่อ ประหลาดดีแท้ ยังไงก็คอมเม้นท์แบบเอ็นดูกันหน่อยละกัน แหะๆ

ปล.2 ก็คนมันไม่เก่งวิทย์นี่หว่า ฮือๆๆๆ TT^TT

ปล.3 เพลงนี้ โดนซะ

edit 20.23 น.

อย่างแรกค่ะ..ตกใจมาก มากถึงมากที่สุด ที่เปิดเข้ามาแล้วมี80กว่าคอมเม้นท์ ฝ้ายนั่งเล่นเนตไปลองรีเฟรชไปเรื่อยๆ โอว..100แล้ว OoO....

อยากบอกว่า ขอบคุณทุกคนมากๆ แต่ละคอมเม้นท์ถึงจะยาวแต่ฝ้ายอ่านหมดนะ ขอบคุณทุกๆคำแนะนำ ฝ้ายคงจะเขียนภาคต่อซะหน่อย เขียนขอบคุณแล้วก็อยากจะเล่าอะไรนิดหน่อยเพิ่มเติมด้วย ถ้ามีใครที่เปิดเข้ามาซ้ำละก็ ฝ้ายขอบคุณไว้ตรงนี้เลยนะคะ

ขอบคุณมากๆ..

ถ้ามีโอกาสอย่าลืมเข้ามาอ่านนะคะ..

ปล. จะค่อยๆกลับไปคอมเม้นท์นะคะ เยอะมากกกกจริงๆ เห็นแล้วอึ้ง มีหลายๆคนที่ฝ้ายก็อยากบอกอะไรเหมือนกัน โดยเฉพาะน้องๆที่เข้ามาอ่าน

อีกรอบ..

ขอบคุณมากจริงๆค่ะ จาก ใจ

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ถ้าเรามั่นใจว่า เรียนจบมาแล้วจะไม่เป็นภาระครอบครัว สามารถจุนเจือทางบ้านได้แน่ ๆ
ก็เรียนให้ถึงที่สุดเลยครับ จบมาไม่มีใครกล้าว่าแน่ ๆ

#51 By นิเกะ on 2008-01-06 12:36

จิงป่าวไม่รุไปก้อปมาอีกที
1.เขียนชื่อคนที่มีเพศตรงข้ามกับคุณ
2.คุณชอบสีไหนที่สุด-แดง-ดำ-ฟ้า-เขียว-เหลือง
3.อักษรภาษาอังฤษตัวแรกในชื่อคุณ
4.เดือนเกิดของคุณ
5.ขาว-กับ-ดำ-ชอบสีไหนมากกว่ากัน
6.ชื่อของคนที่มีเพศเดียวกับคุณ
7.ตัวเลขที่คุณชอบที่สุด
8.แคลิฟอรืเนีย-กับ-ฟลอริดา-คุณชอบอะไรมากกว่ากัน
9.คุณชอบทะเลสาปหรือมหาสมุทร
10.เขียนพรที่คุณปรารถนา ตอบตรงๆนะห้ามโกง ใครโกงของให้เป็นเป็ด


พร้อมแล้วดู"เฉลย"ได้เลย

เฉลยข้อ 1.คุณกำลังตกหลุมรัก คนๆนี้

เฉลยข้อ 2.ถ้าคุณเลือก แดง-คุณช่างระมัดระวัง และชีวิตก็เต็มไปด้วยความรัก ดำ-คุณช่างเปลี่ยนแปลงและเปี่ยมด้วยพลัง เขียว-คุณรักกีฬา และชอบที่จะส่งจูบหรือแสดงความรักกับคนที่คุณรัก ฟ้า-คุณผ่อนคลายและมีจิตใจที่สูงส่ง เหลือง-คุณเป็นคนที่มีความสุขมาก และสามารถให้คำแนะนำดีดีกับใครต่อใคร ที่เป็นทุกข์

เฉลยข้อ 3.ถ้าอักษรตัวแรกในชื่อคุณ คือ A-K-คุณมีความรัก และมิตรภาพมากมายในชีวิตคุณ L-R-คุณพยายามที่จะสนุกสนานกับชีวิตคุณอย่างมาก และชีวิตความร้กของคุณก็จะเต็มไปด้วยดอกไม้บานในไม่ช้า S-Z-คุณชอบที่จะช่วยเหลือ และอนาคตความรักของคุณจะดูดีทีเดียวหล่ะ

เฉลยข้อ 4.ถ้าคุณเกิดใน Jan-Mar:ปีนี้จะเป้นปีที่ดีสำหรับคุณ คุณจะพบว่าคุณจะตกหลุมรักใครบางคนที่คุณไม่ได้คาดหมาย April-June:คุรจะมีความรักความสัมพันธ์ที่มั่นคง มันไม่ยาวนานหรอก แต่ความทรงจำนั้นจะอยู่ ตลอดไป July-Sep:นี่จะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของคุณ และตกหลุมรักใครคนหนึ่งที่ใกล้ชิดคุณ Oct-Dec:ชีวิตความรักของคุณจะไม่ยิ่งใหญ่,แต่ที่แน่ๆคุณจะพบกับจิตวิญญาณที่แท้จริงของคุณ

เฉลยข้อ 5.ถ้าคุณเลือก ดำ:ชีวิตของคุณเป็นหนทางที่แตกต่าง,บางทีมันก็ดูยุ่งยากแต่มันจะมอบสิ่งดีๆให้กับคุณ ขาว:คุณจะมีเพื่อนที่คอยห่วงใย แต่ก็จะกังวลเกียวกับคุณด้วย

เฉลยข้อ 6.นี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ

เฉลยข้อ 7.ส่งบทความนี้ไปให้ใครๆตามจำนวนเลข

เฉลยข้อ 8.ถ้าคุณเลือก: California:คุณชอบที่จะผจญภัย florida:คุณเป็นคนที่เปิดเผย

เฉลยข้อ 9.ถ้าคุณเลือก: มหาสมุทร:คุณเป็นนักกีฬา ทะเลสาป:คุณไม่เป็นนักกีฬา

เฉลยข้อ 10 ถ้าคุณโพสต่อ5คนจะทำให้คำอธิษฐานเป็นจริง

#52 By ME (222.123.25.6) on 2008-01-06 12:37

ฮ่วย เมื่อกี๊กดซับมิตแล้วเออเร่อ หายหมดเลย
เอาใหม่ๆ

พี่เองเป็นคนนึงที่เรียนแผนวิทย์แบบไม่เต็มใจเหมือนกัน แรกเริ่มพี่จะเลือกศิลป์ฝรั่งเศส แต่บังเอิญวันที่เลือกสายกันพี่ยังไม่กลับจากซัมเมอร์ แม่พี่เลยเลืือกวิทย์ให้เรียบร้อย ทั้งๆที่ตอนนั้นก็คุยกันดิบดีว่าพี่จะเอาฝรั่งเศสนะ
แต่ตอนนี้ก็ต้องขอบคุณเค้าแหละ เพราะไม่งั้นพี่ก็มายืนตรงนี้ไม่ได้

ค่านิยมการเรียนหมอเป็นสิง่ที่อยู่คู่ประเทศไทยมาช้านาน อันนี้บางทีพี่ว่าก็ปล่อยๆไปหน่อยก็โีน่อ อย่าคิดมาก
สมัยแม่พี่เอนท์ก็อย่างงี้แหละ เด็กเก่งๆทุกคนเลือกหมอกันหมด

ส่วนเรื่องเรียนหนักไม่หนัก พี่ว่าทุกคณะเรียนหนักพอๆกันนะ แต่หนักคนละแบบ
ถ้าเรารักเราชอบมันก็จะทำให้ความหนักดูเบาบางลงน่ะ เราก็จะมีกำลังใจสู้ต่อไป

พี่เรียนถาปัตย์ งานเยอะมาก วันๆเอาแต่คิดว่าโปรเจกท์นี้จะทำยังไง มาดูคนที่เีรียนคณะอื่น เค้าก็อ่านหนังสือหนักมาก แบบที่ถ้าพี่ไปอยู่นี่ตายแน่ๆ

พี่เองเรียนวิทย์กับเลขไม่เก่งมาตั้งแต่ ม.ต้นแล้ว แต่ในเมื่อแอดมิดเค้าจะเอาเกรดรวม พี่ก็ต้องพยายามมากว่าคนอื่นเยอะๆ พี่เรียนพิเศษทุกวัน สามทุ่มเดินสะโหลสะเหลออกจากสยาม เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้ไปไหน เรียนพิเศษอีกน่ะแหละ ถึงมันจะยาก ตอนนี้พี่ก็ไม่ค่อยได้ใช่ไอ้ที่เรียนตอน ม.ปลาย แต่พี่ก็ภูมิใจน่อที่พี่อดทนผ่านมันมาได้ และมันก็ทำให้พี่ได้เรียนในสิ่งที่พี่ต้องการ

พี่ว่าฝ้ายน่าจะลองคุยกับพี่ที่ศิลปกรรมนะ บางทีการที่ฝ้ายรักการวาดรูปอาจจะไม่ได้หมายความว่าฝ้ายจะเอนจอยกับการเรียนการสอนของศิลปกรรมก็ได้
เืื่พื่ิื่อนพี่หลายคนชอบออกแบบ แต่ก็ไม่เอนจอยการเรียนการสอนในสถาปัตย์เหมือนกัน

ยังไงก็สู้ๆน่อ

พี่ว่าสุดท้ายนะ เรียนอะไรที่เรียนแล้วมีความสุขไม่ต้องมานั่งนับถอยหลังว่าอีกกี่เทอมจะจบ แฮปปี้กับมัน หลังจากนั้นการดำเนินชีวิตหลังเรียนจบคงไม่ยากเท่าไหร่หรอก(มั้งนะ พี่เองก็ยังเรียนไม่จบ พูดได้ไม่มาก)

#53 By Lover Boy on 2008-01-06 12:43

กรรมจริงๆ เมนต์เมื่อตะกี้ซะยาว หายหมดเลยsad smile
เอาใหม่ๆbig smile

พี่ว่าฝ้ายจังเป็นคนที่โชคดีมากเลยนะครับ ที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ถึงแม้อาจจะเสียศูนย์ไปเล็กน้อยจากแรงเสียดทางของครอบครัวไปเล็กน้อย

แต่พี่บอกไว้อย่างนึงว่า การเรียนมหาลัยนั้น ถ้าจะให้เรียนอย่างสนุกนั้น พื้นฐานจะต้องมากจากชอบในสิ่งที่เรียนก่อน

มีเพื่อนพี่อีกหลายๆคนที่เรียนจะจบมหาลัยอีกไม่กี่เดือนนี้แหละ ยังไม่รู้เลยว่าชอบอะไร เพื่อนอีกหลายๆคน ต้องเสียเวลากลับเรียนใหม่ตั้งแต่ปี 1 เพราะไม่ชอบในสิ่งที่เรียนwink

ฉะนั้นแล้ว ถ้าเราค้นพบตัวเองว่าอยากเป็นอะไร ก็เบนเข็มไปทางนั้นเลยครับbig smile
สำหรับเรื่องที่บ้าน พี่แนะนำว่าฝ้ายจังลองคุยกับพ่อแม่ด้วยเหตุด้วยผลกันก่อน พี่เชื่อว่าถ้าเรามีเหตุผล ก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น

ที่สำคัญอย่าเสีย "จุดยืน" ของตัวเองไปนะครับ รักหรือชอบอะไร ก็เดินหน้าลุยมันไปเลย ชีวิตนี้เป็นของเราเอง ก็ต้องลิขิตทางเดินด้วยตัวเอง อย่างนี้ถึงจะเรียกได้ว่าใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าครับbig smile

เป็นกำลังใจให้ก้าวต่อไป ในสิ่งที่ฝ้ายจังชอบนะครับ double wink

ปล. แอดบลอคไปแล้ว จะแวะเวียนเข้ามาอ่านบ่อยๆนะครับcry

#54 By worapoj@~@ on 2008-01-06 12:47

พี่เองจบสายศิลป์ และไปจบรัฐศาสตร์ ด้วยเหตุผลคือ ชอบภาษาและเรียนสนุก ไม่เคยคิดว่าจะไปเป็นลูกน้องใคร (ทั้งที่คุณพ่อก็ห้ามและบอกแบบคุณลุงน้องฝ้ายเลย แต่พี่โดนเยอะค่ะ หาว่าถอยหลังลงคลอง แหะๆ)เพราะคนเรียนสายศิลป์ สามารถเป็นนายคนได้เช่นกัน การเป็นนายคนต้องมีทั้งศาสตร์ และ ศิลป์รวมกันน่ะค่ะ คล้ายๆ มีทั้งบู๊และบุ๋น และพี่ก็สามารถมีกิจการเป็นของตัวเอง และปกครองลูกน้องที่จบสายวิทย์ด้วยอ่ะ

ส่วนน้องชายพี่จบสายวิทย์ด้วยเกรด4 และเกียรตินิยมที่1มาตลอด แต่เขาไม่เคยคิดจะเรียนหมอ เพราะเข้าใจว่า หาเวลาส่วนตัวยาก จึงเรียนวิศวะ ทุกวันนี้เงินเดือนเป็นแสน แต่เป็นลูกน้องเขาเช่นกันค่ะ

สำหรับพี่แล้ว พี่คิดว่า เรียนอะไรก็ได้ที่มีความสุขสนุกกับมัน และสามรถพึ่งพาตนเองได้ อย่างสง่างามที่สุด ที่สำคัญเป็นนายตัวเองด้วยยิ่งดีใหญ่ เพราะนั่นหมายถึง เราประสบความสำเร็จไปอีกขั้นน่ะค่ะ


แหะๆ แค่ความคิดส่วนตัวพี่เองนะคะน้องฝ้าย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ big smile
มีคนเมนต์แล้วเออเร่อเหมือนผมเลยแฮะsad smile

#56 By worapoj@~@ on 2008-01-06 12:49

อ้อพี่มีลูกสาววัย 10 ขวบ โดยพี่ให้โจยท์ลูกว่า "ต่อไปวันข้างหน้าจะเรียนวิทย์หรือศิลป์ก็ตาม เกรซคิดเอานะว่า จำไงดีที่จะรอบรู้ทั้งวิทย์+ศิลป์คู่ๆกันไป โดยไม่สร้างความกดดันให้ตนเอง ลูกจะเรียนอะไรก็ได้ที่ทำให้ตัวเองมีความสุขที่สุด และส่งผลให้ตนเองเจริญรุดหน้าให้ก้าวทันโลกหลายๆด้าน ไม่จำเป็นต้องเรียนได้คะแนนสูงสุด แต่ขอให้ทำให้ดีที่สุด" ฟังแล้วกว้างจนคว้ายากจัง(ฟังดูก็คือควรตั้งใจเรียนนั่นเอง แต่พูดให้ลูกฟังสบายๆ) แต่เขาทำได้ดี จึงไม่อยากกดดันเขาน่ะค่ะ

พ่อแม่ทุกคนอยากเห็นต้นกล้าของตน เจริญงอกงามให้สวย และสง่างามด้วยคุณธรรม จริยธรรม ที่สำคัญนั่นคือความรู้+ความดี

เป็นกำลังใจให้ค่ะbig smile
เพลงแบบว่าเข้ากับช่วงเอนจิงๆ- -/
เราก็อยู่สายศิลป์ภาษาฝรั่งเศสนะ
สุดท้ายก็เข้ามัณฑณ สบายใจดีแต่งานหนัก 555++
เข้าสายศิลป์นี่ก็ไม่ใช่ว่าจะไส้แห้งนะ
มันมีที่ให้ดิ้นทำตั้งหลายอย่าง
เราอยู่ออกแบบโปรดักอ่ะ แต่ต่างประเทศอาชีพนี้เงินดีใช้ได้เลยนะ หึหึหึหึ
อยากเรียนไรก็เรียนไปเถอะ ผลงานมันจะพิสูจน์เราเอง

#58 By Adrias on 2008-01-06 12:59

ถ้าไม่ได้มีภาระที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัว
ก็เรียนสิ่งที่ชอบไปเถอะค่ะน้อง

แต่อยากฝากให้ลองคิดอย่างนึง
เมื่อสิ่งที่น้องชอบ น้องต้องทำให้มันเป็นงานเพื่อหารายได้? น้องจะรับกับความกดดันนั้นได้มั๊ย?
น้องยังจะมีความสุขกับการทำงานกับสิ่งที่น้องชอบอยู่ไหม? ถ้าคำตอบคือ ใช่ ก็ลุย เลยค่ะ


อ้อ แต่ถ้าน้องไม่ชอบหมอ ลองดูวิศวะสิคะ
แต่มันก็หนักเหมือนกันน่ะนะ



อีกอย่างน้องต้องลองนึกภาพค่ะ
ว่าถ้าน้องอยู่กับสิ่งที่น้องบอกว่าน้องชอบ ทั้งวันทั้งคืน แล้วน้อง ต้องทำงานกับมัน น้องไม่เบื่อ น้องสามารถอยู่ได้ พี่ก็คิดว่าน้องเรียนไปเถอะ



ตัวพี่เอง พี่ก็เคยคิดอยากเรียนศิลปะนะคะ
แต่สุดท้าย ก็มาเรียนวิศวะ

เพราะพอพี่ได้ทำงานกับมันดูแล้ว
พี่ว่าบางครั้ง ความกดดันความเครียดมันทำให้พี่รักศิลปะน้อยลงน่ะค่ะ


ยังไงก็สู้ๆนะคะ ช่วงนี้หาตัวเองให้เจอแล้วทุกอย่างจะดีเอง big smile

#59 By Na - th (นัท) on 2008-01-06 13:05

เหมือนกันแหละค่ะ ..

เกรดวิทย์เน่ามากๆ ขอพ่อย้ายสายตั้งแต่ม.4เทอมแรก ก็ไม่ให้
นี่เทอมสอง ว่าจะขออีกรอบ

คะแนน 2 เต็ม 10 5 ตัวรวด เด็กวิทย์ที่ไหนเค้าจะได้ ==
หนามคุงเนี่ยแหละค่ะ ฟาดมาแล้ว



เราจะสอบตรงคณะที่ชอบให้ติด 55
พ่อกะแม่จะได้ไม่ต้องบ่นเราอีก ^^


ไม่มีอะไรยากเกินไป .. แค่ไม่ชอบเท่านั้นเองค่ะsurprised smile
ผมก็เหมือนกันแหละครับ
เรียนสายคณิต-อังกฤษ แทนที่จะเรียนบัญชีหรือรัฐศาตร์
แต่ผมชอบคณะอักษรศาสตร์มากกว่า
เพื่อนๆในสาย ก็มีแต่ไปบัญชีกันทั้งนั้น
ดูดูไปผมก็เหมือนตัวประหลาดอ่ะนะครับ
แต่ไม่ต้องสนใจสิ่งรอบข้างครับ
เป็นตัวของตัวเองสิดี
เรากำหนดตัวเราเอง ไม่ใช่ค่านิยมที่กำหนดเราครับ
สู้สู้นะครับconfused smile
หลายๆเม้นคงพูดไปเยอะแร้ว ง้านเอาเปนว่าพี่ให้กะลังใจน้องฝ้ายอย่างเดียวละกานนะจ๊ะ

พี่ก้อเปนเดกวิทย์หัวใจ(แอบ)ศิลป์นิดนึงอ่ะ
ตอนนิพี่เรียนถาปัดล่ะ มันก้อกึ่งๆวิทย์-ศิลป์น่ะนะ
พี่ก้อว่ามันเหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่พี่ก้อไม่ซิ่วแหะ พี่ว่าพี่ยังทนกะมันได้อีก
มะก่อนพี่ว่ามานใช่สำหรับพี่นะ
แต่เด๋วนิมานท้อจนจาไม่ไหวแร้วเหมือนกาน
แต่พี่ก้อยังรักมันอยุ่แหละ บางทีมันก้อมีความสุขมากๆ
พี่ไม่เคยคิดเสียใจเลยที่มาเรียนคณะนี้
มันก้อมีบ้างช่ายมะที่ว่าจาท้อ จาเหนื่อย
แต่ไงก้อสุ้ๆๆๆๆๆๆ สุ้ไปด้วยกานนะ ^^

การสอบเข้ามหาลัยมานก้อแค่ก้าวผ่านประตู
เปนแค่จุดเลกเล้กกกกกกกจุดนึงในชีวิต
ซึ่งเดกมอปลายอย่างน้องฝ้ายก้อคงมองเปนเรื่องใหญ่
อันนี้พี่ไม่เถียงละ เพราะพี่ก้อเคยเปนงั้น
แต่พอผ่านมาแล้วจารุเลยว่า มันยังมีอะไรอีกเย้อแยะไปหมด

เอาเปนว่ายึดมั่นกะความฝันของเราและทำมันให้เตมที่ละกาน เท่านั้นพอค่ะ !! Hot!

#62 By iDoi* on 2008-01-06 13:25

เข้าใจผ่านช่วงนั้นมาก่อนแล้วก็คิดเหมือนกันว่า

"ถ้าเป็นไปได้ตัวเองไม่อยากชอบศิลปะ ไม่อยากวาดรูปพอเป็น ไม่อยากเขียนพอได้ อยากเหมือนชาวบ้านที่เป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ในเมื่อเป็นทุกวันนี้แล้วก็ต้องเป็น"

ตัดสินใจดีๆ อย่าให้ความคิดไฟแรงตอนวัยรุ่นปิดทางเลือกหมดทุกอย่าง น้องยังดีมีคนที่ให้คำปรึกษาตอนพี่ไม่มีใครคุยเรื่องนี้เลย

ขอให้พระเจ้าคุ้มครองให้เดินทางชีวิตที่ดีและเหมาะกับตัวน้องที่สุด

#63 By Lily Pixel on 2008-01-06 13:34

เลือกในสิ่งที่ชอบดีกว่านะคะ
การเรียนในสิ่งที่ไม่ใช่..จริงอยู่ว่ามันอาจจะเรียนได้ แต่มันอาจไม่ดีเท่าได้เรียนในสิ่งที่ใช่

ไม่ว่าจะอาชีพใดเราก็ประสบความสำเร็จได้ค่ะ
ถ้าเรามีความมุมานะ พยายาม และมีไอเดียแปลกแหวกแนวและไม่เหมือนใคร

ก่อนอื่น ถามตัวเองดูก่อนว่า ชอบในสิ่งนั้นๆจริงๆใช่มั้ย
เพราะถ้าชอบเนื่องจากคิดว่าใช่ มันก็จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย

ตอนนี้ก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันค่ะว่าจะเรียนต่อด้านไหนดี
และที่ไหนดีด้วย...


ยังไงก็โชคดีนะคะ
มีเวลาอีก 1 ปีให้คิด ดีกว่าเราตั้งเยอะ เหลือเวลาให้คิดไม่ถึงเดือน

#64 By 유리 on 2008-01-06 13:38

เหมือนหนูไอเลยค่ะ
หนูไออยู่ม.4 หนูไออยู่สายวิทย์ หนูไอชอบศิลปะ
หนูไอเกลียด วิทยาศาสตร์ และ คณิต
(มาเข้าทำซากอะไร)
ถ้าถูกถามว่ามาเข้าสายนี้ทำไม ก็คงจะตอบว่าอนาคตคงมีทางเลือกได้มากกว่าน่ะค่ะ sad smile

แต่ทีนี้พอถูกถามว่าแล้วอนาคตอยากเรียนอะไร
"วรรณกรรมเด็ก"ค่ะ
อาจารย์เลยด่าว่า"ทำไมไม่เข้าอะไรที่ดีๆหน่อย อย่างไปเป็นหมอ ไปเป็นอานิเมเตอร์ เข้ากราฟฟิกดีไซน์ก็ได้"


sad smile ขอบอกตามตรงว่าหนูเองยังไม่แน่นอนเลยค่ะ

#65 By Just [ i ]Rin on 2008-01-06 13:41

ยินดีที่รุจักcry cry

#66 By aunza on 2008-01-06 14:21

จริงๆนะ จบออกมาทำงานอะไรก็เหนื่อยเท่ากันล่ะครับ
เหนื่อยคนละแบบ ความรับผิดชอบคนละแบบ

#67 By Ngee + Naan on 2008-01-06 14:26



"คนเราถ้าอยากจะเรียนรู้นั้นต้องเรียนรู้ด้วยความสนุกสนาน
ด้วยความสนใจเป็นผลดีแก่ัตัวเอง

ถ้าสิ่งทีี่ทำ้ด้วยความสุข ความยินดี ก็คงจะทำให้ได้ดี การอยากรู้ อยากเห็น อยากเรียนเป็นเรื่องดีสนุกอย่างหนึ่ง"

-พระราชดำรัสพระเทพ

...ถ้าคิดว่าสิ่งที่เราอยากจะเรียน อยากจะทำ เราสามารถทำได้ให้ถึงฝันได้ก็ทำไปซะ...

#68 By KC_CRUSH on 2008-01-06 15:03

ตอนนี้ไอเองก็สับสน เพราะชื่นชอบวิชาวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ได้เรื่องเสียเลยทางด้านการคำนวณ รู้แต่ว่าไม่มีทางเลือกเหมือนกัน คือจะต้องเรียนวิทย์ คณิต เพราะแม่หวังไว้ค่อนข้างสูง ก็เลยไม่รู้ว่าจะฝันไปในรูปแบบไหนดี เหมือนมันมีขอบเขตไปหมด

ไอเชื่อว่าพี่ฝ้ายต้องเลือกเส้นทางสายความฝันอยู่แล้ว เพราะเป็นพี่ฝ้ายนี่นา ไม่ใช่ใครอื่น confused smile

It doesn't matter what people say
And it doesn't matter how long it takes
Believe in yourself and you'll fly high
And it only matters how true you are
Be true to yourself and follow your heart

ไอนึกถึงท่อนนึงของเพลงนี้ และอยากให้พี่ฝ้ายลองอ่านดู สุดท้ายนี้ก็หวังว่าให้พี่ฝ้ายจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตนะคะ big smile

#69 By ire_u on 2008-01-06 15:07

ประสบพบเจอเหตุการณ์เดียวกันเลยค่ะ

แต่พ่อเราไม่ได้อยากให้เป็นหมอนะค่ะ อยากให้เรียนนิติ
แต่เราเรียนสายวิทย์ค่ะ และไม่ชอบมันเอาซะเลย
เรียนก็เรียนได้นะค่ะ แต่หัวไม่ไป อย่างเคมีอะไรเนี้ยเรียนได้โอเครู้เรื่อง ชีวะก็ไม่อะไรมาก ก็แค่จำๆเอาเท่าันั้น
ฟิสิกส์ก็ คือ applied maths ดีๆ นิเอง

แต่พอใจมันไม่รัก เราก็ไม่สนใจมันใช่มั้ยค่ะ?
เราก็เลยแบบ เรียนแบบปล่อยๆ เกรดห่วย เรียนพิเศษ แต่..ก็ไม่ได้ดีขึ้น เพราะหัวมันไม่ไปอ่ะค่ะ
เราเป็นคนเรียนรู้เร็ว (อันนี้หลายคนบอกมา) และก็ลืมเร็ว(มาก) เช่นกัน

ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ อย่างน้องถ้ามันผิดพลาดไปบ้าง
เราก็ยังจะพอยอมรับได้ใช่ั้มั้ยค่ะ เพราะเราเป็นคนเลือกเอง แต่ถ้าทำในสิ่งที่ไม่ชอบ แล้วมันเกิดผิดพลาดขึ้นมา
คงจะมีแต่เฟล เฟล และ เฟล โดนคนอื่นยัดเยียดแล้วต้องมาเจอแบบนี้อีก

ถึงแม้ว่าไม่ได้มีทุกคนในโลกนี้ที่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างที่คา่ดหวังไว้ แต่ลองพยายามดุค่ะ ลองเลือกทางของตัวเองดู ดีกว่าไม่รู้ว่าจะไปทางไหน เพราะอย่างน้อยก็พอมองเห็นอะไรอยู่ข้างหน้าบ้าง ^^

โชคดีค่ะ

#70 By NBlue2Sky on 2008-01-06 15:10


เรียนในสิ่งที่ชอบ เรียนในสิ่งที่รัก

นั้นแหละดีที่สุดแล้วจ้ะ ^^


ตอนแรก กระแสเหมือนกัน ว่างั้น ว่างี้...
แต่ว่า

คนเรียนน่ะเรานะ ไม่ใช่พวกเค้า

ชอบอะไร เอาเลย ให้สุดๆ


แต่ผิดหรือเปล่าที่ฝ้ายไม่ได้อยากเป็นหมอ

ผิดหรือเปล่า ..ที่อยากเรียนศิลปะ?

ผิดหรือเปล่า ..ที่อยากไล่ตามฝันของตัวเอง

ไม่ผิด !!!!!!!!!!


เลือกในทางของเรา เต็มที่ สนันสนุนจ้ะ ^^

[ แต่ยังไง เราก็ต้องฟังความคิดเห็นของคนรอบข้างเนอะ เพราะเค้าก็มีประสบการณ์มากกว่าเรา ]open-mounthed smile

#71 By a.while on 2008-01-06 15:13

เรียนอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบนั้นคือสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดนะฮะ ส่วนเรื่องที่ว่าเรียนศิลปะแล้วจะไปทำงานอะไร kunt เจอคำถามนี้มาตั้งแต่ม.ต้นแล้วฮะ แล้วตอนนี้ก็มีดีกรีเป็นผู้ที่เรียนศิลปะ แล้วฮะ ไม่ต้องกลัวตกงานหรอกนะฮะ ถ้าอยากหากำลังใจลองมาคุยกันได้นะฮะ สู้สู้

#72 By kunt on 2008-01-06 15:15

...อ่านแล้วเข้าใจฮับ...
ข้าน้อย ตอนเรียน ม.ปลาย สายวิทย์ ก็โดนเชียร์แบบหยอดๆให้ไปทางหมออยู่เนืองๆฮับ
...แต่เผอิญข้าน้อยชอบสอนหนังสือน่ะสิ sad smile...
ก็เลยนั่งคุยๆกับที่บ้าน เป็นไม้เบื่อไม้เมากันระดับนึงเลยล่ะฮับ
เพราะกลับบ้านทีไร ก็โดน"เรียนสายไหนก็ตามใจสิ แต่อยากให้เรียนหมอนะ" น่ะฮับ

อ่านไปจนถึงความคิดเห็นของคุณพ่อของคุณฝ้าย ก็เห็นด้วยกับความคิดของคุณฝ้ายฮับ
งานทุกชนิด ทุกสาขา มันหนักหมดแหล่ะฮับ... ตราบเท่าที่เราต้องการให้งานนั้นออกมาดี
แต่ถ้าเราไม่ซีเรียส ไม่ใส่ใจกับงาน ทำให้ผ่านๆไป งานไหนๆก็คงไม่สำคัญ
ดังนั้น แอบเห็นด้วยว่า อย่าไปกลัวความลำบากเลยฮับ
เพียงแต่พอถึงเวลาจริงๆ ต้องระวังความท้อใจและท้อถอย ที่มันจะขยันมาทักทายฮับ

ส่วนเรื่องความคิดเห็นของคุณลุงของคุณฝ้ายเนี่ย...
ข้าน้อยเคยเจอรุ่นพี่คนนึงพูดสิ่งที่น่าสนใจมาแหล่ะฮับ เค้าว่างี้ฮับ
"แปลกนะ คนเก่งๆอยากเรียนเป็นหมอ ไม่เห็นมีใครอยากเป็น ผอ.โรงพยาบาลเลย... สุดท้าย สายวิทย์ก็เรียนไปเป็นคนงาน ทำงานให้พวกสายศิลป์ที่นั่งจับเก้าอี้ผู้บริหาร เซ็นต์ชื่อชื่อนึงก็เท่ากับเงินหลักล้าน ไม่ต้องทำงานงกๆหนักๆอย่างพวกหมอหรือวิศวกรแบบนั้นเลย"

ความคิดเห็น ทัศนคติ และค่านิยม ของคนไทยเราคงยังอยู่ในกรอบอยู่มากเลยล่ะฮับผม sad smile

#73 By DDP on 2008-01-06 15:20

ไม่ว่าจะเรียนอะไร ถ้าถึงขั้นระดับเรียนเป็นวิชาชีพแล้ว คงไม่มีอะไรเรียนง่ายหรอกค่ะ และ่สาขาวิชาทางศิลปะ ถ้าไม่กล้าเรียน เพราะคิดว่าเรียนไปก็สู้ใครไม่ได้ เราว่าอย่าเรียนเลยค่ะ ถ้าคิดอย่างนั้นก็ไม่มีวันทำได้ดีหรอก

ถ้ารักจริง สู้สิคะ สู้กับตัวเองให้ได้ก่อน ตั้งใจว่าจะทำให้ได้ พลังใจสำคัญนะคะ ถ้าใจเราไม่สู้เสียแล้ว ก็ยากค่ะ ไหนยังจะต้องสู้กับคนรอบข้างอีก

เราอยากให้สู้นะ ทุกคนที่มีความฝันเป็นของตัวเอง ทำสิคะ ชีวิตเรานะ ชีวิตตัวเอง ตัวเราเองต้องทำเองนะคะ

ตัวเราเองข้ามพ้นขีดจำกัดของสายวิทย์-สายศิลป์ำไปแล้ว คือเรียนสายเฉพาะทางมันไปซะเลย เรียนดนตรีตั้งแต่ม.4 ถามว่าจบไปจะไปทำอะไร ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน เราไม่ได้เล่นดนตรีเก่ง แต่อาชีพทางศิลปะมันไร้ข้อจำกัด ถ้าทางที่คนอื่นเคยเดินมันไม่เหมาะกับเรา เราก็ต้องสร้างทางของเราเอง หาตัวเองให้เจอ ถ้ามั่นใจแล้วก็เดินต่อไป

พ่อของฝ้ายพูดถูก ที่ว่างานหนัก และฝ้ายก็ถูกเหมือนกันว่าเรียนอะไรมันก็หนักทั้งนั้นแหละ คนเรียนทางศิลปะ ทำโปรเจคบางทีไม่ใช่แค่ข้ามคืนหรอกค่ะ ข้ามหลายคืนเลย แต่เรียนหมอก็อ่านหนังสือกันโต้รุ่งเหมือนกันนะคะ สอบกันทั้งปีเลย

แต่ถ้าเราเลือกเองในสิ่งที่เรามั่นใจว่าเรารัก มันก็จะมีพลังที่จะฝ่าความยากลำบากไปได้นะคะ ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสุขอยู่ตลอดเวลา เราและอีกหลายคนก็เคยเสียน้ำตามาแล้วกับสิ่งที่ตัวเองรักนี่แหละ แต่ถึงที่สุด เราก็พยายามต่อไป เพราะมันเป็นสิ่งที่เราเลือกแล้ว และเราก็มีเป้าหมายของเราที่จะไปให้ถึง

เราโชคดีเพราะไม่มีแรงกดดันจากทางบ้าน พ่อแม่บอกมาตลอดว่าอยากเรียนอะไรอยากทำอะไรก็ทำเถอะ เลือกเองแล้วทำให้เต็มที่ โดยเฉพาะพ่อเรา ย้ำมากว่าให้เลือกเอง อย่าตามคนอื่น อย่าตามกระแส เพราะพ่อเราเองก็เคยผ่านมาแล้ว พ่อเคยเรียนแพทย์ค่ะ ตอนเลือกก็เลือกตามๆ เขาไปเพราะไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรแน่ เีรียนไปสี่ปี เพิ่งตัดสินใจได้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบ ก็เริ่มต้นใหม่ค่ะ

นั่นแหละ อันที่จริงมหาลัยจะเรียนอะไรมันก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายขนาดโลกจะถล่มหรอกค่ะ มีเยอะแยะไปคนที่ไม่ได้ทำอาชีพตรงตามสายวิชาที่เรียนมา และประสบความสำเร็จด้วย หรือถ้าเลือกไปแล้วอยากเรียนอย่างอื่นจริงๆ เรียนใหม่ก็ไม่เห็นเ็ป็นไรเลยค่ะ

อย่ากลัวที่จะฝัน
อย่ากลัวที่จะทำตามความฝัน
ถ้ากลัวนัก ก็อย่าฝันค่ะ

Dare to Dream
Dare to Do
If you Dare, You can Do

#74 By Liebestraum on 2008-01-06 15:20

เฮ้ น้องฝ้าย พี่ก็เข้าใจความรู้สึกนี้นะ
ตอนที่พี่จะเลือกสาย ม.ปลาย ตอนแรกพี่อยากเข้าศิลป์ภาษาด้วยซ้ำ เพราะอยากเรียนนิเทศหรือรัฐศาสตร์ และรู้สึกว่าพี่มีหัวด้านภาษาเยอะว่าทางวิทย์ แต่บ้านพี่กับอาจารย์พี่เขาก็ไม่ค่อยยินยอมอ่ะครับ เพราะเขายังเห็นว่าวิชาทางวิทย์พี่ก็ไม่ได้เลวร้าย และเรียนสายวิทย์มันก็ยังเลือกคณะได้มากกว่าทางศิลป์

สุดท้ายพี่ก็เรียนสายวิทย์ เห็นผลกรรมเลยครับ วิชาเลขนี่ต้องมานั่งซ่อมแล้วซ่อมอีก ฟิสิกส์ก็เลวร้ายพอกัน ได้แต่เคมี ชีวะ กับพวกวิชาภาษา
แต่จนถึงทุกวันนี้พี่ก็ยังเรียนอยู่ในคณะวิทย์ฯ แม้จะ่ยังดีอยู่ในสายงานที่พี่ชอบเรียน แต่พี่ไม่ได้มีความรู้สึกว่าตัวเองมีความเป็นเด็กวิทย์เลย
และในบางโอกาสพี่ก็หาเวลาเอาหนังสือด้านศิลปะหรือดนตรีมาอ่านด้วยซ้ำ

ถ้าถามว่าถ้าย้อนกลับไปเลือกใหม่ตอนนั้นจะเอาสายศิลปมั้ย
พี่บอกเลยว่า เอาครับ

น้องฝ้าย...พี่จะบอกว่า น้องเป็นหนึ่งในผู้โชคดีไม่กี่คนที่รู้ว่าชอบอะไำร และพร้อมจะมุ่งไปด้านไหน พี่บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่หายากนักสำหรับวัยรุ่นยุคนี้ ที่ถูกลากดึงไปทางโน้นนี้ด้วยอิทธิพลต่างๆในชีวิต

สู้เพื่อความฝันของตัวเองนะ เอาใจช่วย double wink

#75 By Neuropanda on 2008-01-06 15:27

คอมเม้นท์แต่ละอัน
ยืดยาวยานตะไททั้งนั้นเลย sad smile
อ่านก็ไม่จบเลยไม่ได้จับใจความสำคัญ
ว่าแต่ละคนบอกน้องฝ้ายว่ายังไงมั่ง

พี่มีอีกอย่างอยากจะบอก
....ไม่รู้ว่าซ้ำกับคนอื่นหรือเปล่านะคะ....
ในเมื่อแน่ใจแล้วว่าชอบอะไร ก็ทำตามสิ่งที่ชอบไปได้เลย

แต่คนที่ยังไม่แน่ ถึงแม้จะเลือกแล้วค้นพบว่าไม่ชอบ เราก็แค่เสียเวลาไป 4 ปี 6 ปีเท่านั้น ชีวิตคือการเรียนรู้
เราจะเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เมื่อไหร่ก็ได้ no time limit
โดยเฉพาะคนที่มีฐานะทางบ้านมั่นคงอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องมีเงื่อนไขเรื่องเงิน/เวลา/การดูแลครอบครัว มาให้เมื่อยสมองเลยค่ะ เลือกไปได้เลยค่ะ
ทำแล้วไม่ชอบ กลับมาเป็นหมอใหม่ก็ได้ confused smile

#76 By PoY on 2008-01-06 15:27

พี่ม.หก แล้ว ก็เรียนวิทยเหมือนกัน แต่่
ก็สอบเข้าศิลปกรรม นะ

ที่บ้านไม่ว่าาา


5555+++



เลือกในสิ่งที่ชอบ

แต่หาเงินไมไ่ด้ อันนี้ค่อยคิดละกัน

#77 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-01-06 15:44

เราเด็กศิลป์ภาษาค่ะ ตั้งเป้าไว้ทางด้านนิเทศศิลป์อะไรพวกนี้แหละ แต่เพิ่งมารู้ตัวว่าจริงๆอยากเรียนสัตวแพทย์ = =...

อยากให้ม.ปลายเรียนแบบไม่ต้องแบ่งสายวิทย์สายศิลป์จังเลยนะ เพราะหลายๆคนคงรู้สึกแปลกๆที่ต้องเลือกทางเดินให้ชีวิตกันตั้งแต่ ม.3 แล้วมาค้นพบก่อนเข้ามหาลัยว่า จริงๆแล้วมันไม่ใช่...

ไหนๆก็เจอทางที่คิดว่าใช่แล้ว ขออย่าให้มันผิดแล้วกันนะคะ พยายามเข้าจ้า~

#78 By atom on 2008-01-06 15:44

ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ = ไส้แห้ง
คือราคาที่เราต้องจ่ายไปค่ะ
โชคดีไปที่บางคนได้ทำในงานที่ตัวเองรัก และได้เงินเดือนสูงๆ มีหน้ามีตาในสังคม
สำหรับเรา โชคดีหรือโชคร้ายไม่รู้ที่ตอนเรียนอยู่คะแนนไม่ถึงสายวิทย์เรียนไม่ได้ ตอนนั้นก็งิดไปเหมือนกันค่ะ แบบว่า อะไรวะ
แต่พอได้เรียนสายศิลป์ โอ๊ยย แม่เจ้า คงเป็นแนวของเราแล้วล่ะที่ต้องมาทางนี้ เป็นทางที่ชอบมาก และรู้สึกดีที่ได้มาทางนี้ด้วย
ตอนนี้เรียนจบ (เหมือนว่า)มีงานแล้ว แต่เป็นงานที่ไม่มั่นคงเท่าไร แต่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบค่ะ บอกกับคนอื่นในอิจฉาได้เลยว่า I Love My Job
แม้ว่าเงินเดือนจะไม่พอยาไส้ก็ตาม แต่ไม่รู้จะไปทำอะไรที่ไหน

ลองคุยกับคุณพ่อคุณแม่ดูก่อนค่ะ และที่แน่ๆ ต้องมั่นใจและชัวร์ในทางที่ตัวเองเลือก ทำให้เค้าเชื่อว่าเราทำได้อย่างนั้นและรักมันจริงๆค่ะ
แต่ถ้าเค้ายังไม่เชื่อ และยังอยากเรียนอยู่ ก็เลือกไปเลยค่ะ! ไม่มีใครมาหยุดเราได้หรอกค่ะ แต่การเอนท์ติดมันยังไม่ใช่ทุกอย่างนะคะ
เราเรียนไปแล้วบางทีค่อยรู้ว่าอยากทำอะไรจริงๆก็ได้ ลองคิดๆดูค่ะ

#79 By gallantfoal on 2008-01-06 15:45

ทำสิ่งที่ตัวเองรักดีที่สุด

#80 By alienboon on 2008-01-06 16:01

เอาเลย เห็นด้วย เรียนศิลปะเลย เข้าที่ไหนไม่ได้ก้รังสิตนะน้อง แล้วเจอกันที่ลานครับ

#81 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-01-06 16:13

มาบอกอีกที

"เงินหาได้แน่ ถ้าทำในสิ่งที่รัก"

แต่จะหาเงินได้มากถูกใจคนอื่นไหม อันนี้อีกเรื่อง

แต่พี่อยากจะบอกว่า ถ้าน้องไม่พิจารณาด้วยตนเองแล้ว

คราวต่อไปเมื่อมีปัญหากับชีวิต น้องจะไม่กล้าตัดสินใจ

ปัญหาของเด็กไทย และรุ่นพี่ๆนั้นคือ เดินตามกระแส

จบไปอย่างไม่มีคุณภาพ เพราะไม่รู้จะเรียนไปทำไม

เรียนไปวันๆ ไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต

การมีจุดมุ่งหมายในชีวิตสำคัญมาก

เพราะมันจะเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อๆไป

อย่างพี่เนี่ยเรียนทางวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์

มารู้ัตัวทีหลังว่าไม่ชอบเอาซะเลย ส่งผลให้ไม่อยากฝึกฝีมือ จึงไม่สนใจ และเลยไม่เก่ง

น้องควรคุยกับคนที่เขาหวังในตัวเราก่อน

บอกไปเลยหนูอยากเรียนอันนี้ หนูชอบมัน ร้องไห้ให้เขาดูเลย ให้เห็นว่าชอบจริงๆ ใจจะขาดแล้ว

แต่ถ้าไม่แสดงให้เค้ารู้ว่าเราชอบมันมากๆ เขาก็จะคิดแค่ว่าเราแค่หลงไป

จริงๆผู้ใหญ่เขาไม่ห้ามหรอก ถ้าเราเอาจริงเอาจัง

ลองคิดในอนาคตดู อีก 20 ป

ถ้าน้องอยากทำอย่างนั้นอย่างนี้

มีคนมาบอกว่า อย่าทำ น้องคิดว่าตัวเองจะตัดสินใจเอง

หรือยังจะเลือกให้คนอื่นตัดสินใจแทน

เป็นกำลังใจให้นะ อยากให้มีจุดมุ่งหมาย ของชีวิตconfused smile

#82 By เอกน้อย on 2008-01-06 16:13

อันแรกเรยต้องบอกว่าคอมเม้นเยอะมากๆเข้ามาแร้วตกใจคะแหะๆๆ

อ่านหลายๆคอมเม้นแร้วโอเคคะให้คำตอบถูกเรย

เคยเป็นเหมือนกันคะแม่อยากให้เรียนอีกอย่างแต่เราชอบอีกอย่าง เราก้อให้เหตุผลไปตอนนั้นแม่ไม่ฟังจะให้เรียนลูกเดียวจนต้องมาพึ่งพ่อ พ่อนั้นคุยกับแม่ว่าเราไม่ได้ไปเรียนกับเขาเพราะฉะน้นเขาจะเรียนอะไรก้อปล่อยเขาไป
ถ้าเขาชอบก้อดีแร้วเราจะได้สนับสนุน
ชอบพ่อพูดมากเรยคะ จนตอนนี้ได้เรียนอย่างที่ฝันไว้
ถามใจตัวเองคะว่าชอบอะไรแร้วทำตามฝันไปเรยสู้ๆจ้าquestion
ของงี้ต้องลองคุยกันตรงๆครับ

แต่เราก็ต้องรู้ว่าเราจะเรียนอะไรนะ ศิลปกรรมคำเดียวมันกว้างเกินไป เอาให้ชัดเลยครับว่าจะไปสายไหน อย่างศิลปากรก็มีทั้ง
-คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์
-คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
-คณะมัณฑนศิลป์
ซึ่งแต่ละคณะก็มีสาขาวิชาย่อยไปอีก น้องต้องลองไปศึกษาดูว่าอยากจะเรียนทางไหน และชอบอะไร ลองไปค้นดูนะครับ เวลาคุยจะได้ดูน่าเชื่อถือว่าบอกศิลปกรรมลอยๆ เพราะในหัวผู้ใหญ่เค้าก็จะนึกได้แต่จบออกมาเป็นจิตกร

วางแผนการคุยดีๆครับ
ส่วนเรื่องเรียนสายวิทย์มาไม่มีปัญหาหรอกครับ เอนท์เข้าถาปัดก็ได้สบายเลย เข้าไปแล้วไปตามยังทันครับ ถ้าตั้งใจจริง

สู้เขาครับcry
ทำงาน
ทำเงิน
ขวนขวายความสุข
สร้างชีวิต
สร้างรากฐาน
สร้างครอบครัว ..

ชีวิตมันมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอก ..



บางคนอาจได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

แต่บางคนกลับไม่ ..

มันอยู่ที่ตัวเรา และสิ่งแวดล้อมของเรา





ปล. เด็ก ม.ปลาย ที่เรียนสายวิทย์แล้วอยากเรียนศิลปะเหมือนกัน ยินดีที่ได้รู้จัก ..

#85 By illman on 2008-01-06 16:52

สู้ๆนะคะ

#86 By นานา (117.47.2.34) on 2008-01-06 17:05

ผมเรียน com sci แต่ชอบงานศิลป์อะ 555sad smile

#87 By meddlesome_ on 2008-01-06 17:12

เข้ามาทักทายค่ะ

#88 By okok (117.47.2.34) on 2008-01-06 17:15

พี่ก็เรียนสายวิทย์ค่ะ คะแนนเป็นต้นๆ ของชั้นปีด้วยละ
แต่ตอนนี้กำลังจะจบคณะศิลปศาสตร์แล้วค่ะ เอกภาษาอังกฤษ

ตอนนั้น(ก่อนเอนท์) มีคนถามเยอะว่าทำไมไม่เอนท์คณะสายวิทย์ ตอนเอนท์ไม่อ่านเคมี ฟิสิกส์ จนเพื่อนแทบรุมประณาม แต่สุดท้ายก็ดื้อเข้าคณะสายศิลป์จนได้ (แล้วก็โดนเพื่อนในภาควิชาจิกแบบขำๆว่าไอ้เด็กบ้า เรียนสายวิทย์แล้วดันมาต่อคณะศิลป์ เหอๆ)

ดังนั้นพี่อยากบอกน้องว่า อย่าคิดมากไปเลยค่ะ อยากทำอะไรทำไปเลย นี่ไม่ได้หมายความว่าจะยุให้ดื้อกับคนนั้นคนนี้นะคะ แต่หมายถึงว่า เรา "เลือก" อะไรด้วยตัวเอง แล้วทุ่มเทกับมัน เดิมพันด้วยสิ่งที่น้องเลือกในครั้งนั้น แล้วแสดงให้เห็นไปเลยว่าสิ่งที่น้องเลือกในวันนั้นไม่ได้ผิดตรงไหน ตรงกันข้าม กลับทำให้น้องมีความสุขในวันข้างหน้าเสียอีก

สู้ๆนะคะน้องสาว เราอาจจะไม่รู้จักกัน ไม่เคยเยี่ยมบลอคกันและกัน แต่เรื่องของน้องก็ทำให้พี่นึกถึงวันนั้นของตัวเองขึ้นมาได้ แล้วทำให้รู้สึกว่าตัวตนของเราวันนี้มีค่าขึ้นอีกนิดนึงนะ

ขออนุญาตแอดบลอคน้องนะคะ จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ double wink

#89 By ฟูจัง~* on 2008-01-06 17:30

ผมก็เด็กสายวิทย์ เพราะใฝ่ฝันว่าอยากทำเกมคอม อยากเขียนโปรแกรม

แต่ตอนนี้เรียนนิเทศศาสตร์ หลังจากเรียนวิทย์คอมมาแล้วไม่รอด

ที่จริงหัวก็เป็นพวกสายวิทย์นะ เพราะทำเลขได้ดีกว่า วาดภาพ

แต่พึงมาเข้าใจภายหลังว่า เราถนัดอะไรมากกว่ากัน และการสร้างสรรค์ บางทีก็ไม่ต้องวาดภาพอย่างเดียวเท่านั้นด้วย

ตอนนี้มีความสุขมาก

เลือกสิ่งที่ถนัดครับ ดีที่สุด

#90 By PeterBen on 2008-01-06 17:39

O [] O !!! โอ้ ฝ้าย . . ทำไมชีวิตเราช่างเหมือนกันแบบนี้ TT

เราเรียนสายวิทย์ . . แต่เราเกลียดวิทย์
เราอยากเรียน ศิลปกรรม . . อยากเรียน นิเทศน์กราฟฟิค
แต่พ่อแม่เราอยากให้เป็นหมอ = ='
(ไม่ไ่ด้ดู ขนาดสมองลูกเลยนะพ่อ =O=)

แต่พ่อเราไม่ใช่หมออย่างพ่อฝ้าย . . เราถึงไม่กดดันมาก

ที่เราเข้าวิทย์ เพราะพ่อกับแม่เราอยากให้เข้า
แต่พอเข้ามาแล้ว เราอยากตายจริง ๆ ="=
เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ .. . มันทำให้เราดูฉลาดขึ้นก็จริง
แต่เราก็ "ไม่ชอบ" มันเลย = ='

ทำใจให้ชอบยังไง ก็ไม่ได้อ้ะ . . เรามันคนไร้สาระ
เราชอบ อะไรที่เอนเตอร์เืทน ๆ สนุกสนาน

ถึงงานทางด้านศิลปะ มันจะเหนื่อย แต่ถ้าเรารัก . . . มันก็คงไม่ยากไปกว่าความสามารถเราหรอกเนอะ ^ ^

confused smile






Hot!

#91 By {CODE;4079} on 2008-01-06 19:09

เรากะฝ้าย อยู่ ม.เดียวกันเลยนะเนี่ย
ม.5 อะไรๆ มันก็สับสนสินะ
ฝ้ายก็คล้ายๆเราน่ะ ที่อยากเรียนศิลป์
แต่ที่บ้านก็พยายามสนับสนุนในเรียนทาง"หมอ"
ไม่ว่าจะเป็น "หมอ" "สัตวฯ" "เภสัชฯ" ฯลฯ
เราก็คิดคล้ายๆฝ้ายแหละนะ ไม่เถียงด้วยว่าที่เค้าพูดๆมา
มันก็ถูกน่ะ เรียนจบมางานทำมีแน่ เงินดี อะไรๆก็ดี
เพียงแต่ว่าเราไม่ชอบ มันจะไปดีได้ยังงัย ใช่มั๊ย?
เราน่ะ ชอบทางภาษามากเลย อยากเรียนอักษรฯ
ที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่เค้าก็ยังอยากให้เรียนวิทย์อยู่
ตอนแรกก็คิดว่า "ช่างมันเถอะ ถ้าเรียนไหวก็เรียนไปเถอะ" คิดว่าเกรดเรามันยังดีอยู่ ไม่เป็นไร ๆ
แต่ตั้งแต่ขึ้น ม.5 มาเนี่ย ไอ้เกรดวิชาที่เคยว่าอยู่ใน
เกณฑ์ที่พอรับได้ มันก็เริ่มจะรับไม่ได้ ==a
วิชาที่เคยได้ 4 มันก็เริ่มจะลดลงมา
มีแต่วิชาภาษาอังกฤษที่มันไม่เคยลด เรารู้ตัวเองว่าชอบเรียนภาษา
มีแต่คนบอกเราวว่าถ้าเราเรียนศิลป์ภาษานะ รุ่งแน่
ใจเราน่ะมันร่ำร้องว่าอยากเรียนสุดๆ
แต่ที่ทนเรียนวิทย์อยู่ก็เพื่อให้ทางบ้านเค้าภูมิใจ ดีใจ
แต่คิดว่าในที่สุดคงต้องคุยกันให้รู้เรื่องสักทีแหละ
ว่าการที่จะเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ กับ เลือกเรียนเพราะอยากให้เค้าภูมิใจ
เราว่าฝ้ายเลือกในสิ่งที่ชอบดีกว่านะ big smile

#92 By ★SICKI★ on 2008-01-06 19:11

*นั่งนิ่งหน้าจอ 5 วิ*

พี่ฝ้ายคะ.... อ่านแล้วมันโดนทุกอย่างเลยค่ะ
หนูก็เจอแบบพี่ฝ้ายเหมือนกัน นั่งอ่านๆของพี่แล้วอึ้งเลยว่า 'เฮ่ยย เราก็เคยโดนแบบนี้เหมือนกันนี่หว่า'
หนูชอบวาดรูป ชอบเขียน ชอบอะไรที่มันเป็นศิลปะมานานแล้ว แต่ก็ดันเข้าสายวิทย์ (ยังงงอยู่เลยว่าติดได้ไง วิทย์-คณิต หนูดำน้ำแหลก ห่ะๆๆ =_,=) แล้วก็พอคุยเรื่องอะไรที่อยากเป็นตอนเรียนจบก็ได้คำตอบจากคุณพ่อคุณแม่เหมือนกับที่พี่ฝ้ายได้จากคุณลุงกับคุณพ่อพี่ฝ้ายเด๊ะเลยอ่ะ
เวลาที่บอกว่า 'เข้าใจว่าหมอได้เงินดี ไม่มีทางตกงาน แต่ไม่ชอบ'
แม่ก็จะบอกว่า 'ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องเรียนก็ได้.... แต่เป็นหมอดีกว่านะ'

เฮ่อ...ชีวี้~~ต
คณิต ฟิสิกส์ เคมีอ่อนแอ (โดยเฉพาะเลขยาก ตกไปเรียบร้อยแล้วค่า ฮ่าๆๆ)
ใจจริงหนูก็อยากลองเรียนศิลปะ อยากลองเรียนอักษรศาสตร์ดูด้วยซ้ำ sad smile
แต่ก็นะคะพี่ฝ้าย เขาก็เคยพูดกันว่า ถึงเป็นอาชีพที่อาจจะทำรายได้ไม่ดีเท่าพวกหมอ อะไรพวกนี้
แต่ถ้าเราทำได้ดี ทำได้เยี่ยมกว่าคนอื่น เราก็ขายได้เหมือนกันอ่ะนะ
ก็ขอให้กำลังใจพี่ฝ้ายต่อไป ไม่ว่าพี่จะเลือกเรียนอะไรต่อไปในอนาคตนะคะ ^^ โชคดีค่ะ (ส่วนเรียวก็ขอดำดิ่งลงเหวต่อไป 555+)
เป็นกำลังใจให้ค๊าบ

เรียนอะไรที่เราชอบดีกว่า
เพราะว่าเรียนอะไรมันก็ยาก มันก็ลำบากด้วยกันทั้งนั้นแหละ
แต่ว่าการเรียนอะไรที่เราชอบเนี่ย มันจะทำให้เรามีความสุข แม้ว่ามันจะโหดแค่ไหน

ฟังความเห็นของคนอื่นเยอะๆก็ดีนะ แต่สุดท้ายต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง

#94 By [M]och on 2008-01-06 19:27

คนไทยเรียนสายวิทย์ตอนม.ปลายซะเยอะ
พอเข้ามหาลัยก็ยังมีพวกที่เรียนต่อคณะวิทย์ๆอีกเยอะ


แต่ขอถามหน่อยว่า

จบออกมาแล้ว
ทำงานเกี่ยวกับวิทย์ๆกันซักกี่เปอร์เซ็นต์



ป.ล. อิชั้นวิทย์กบฏ ซิ่วลงมาเรียนศิลป์ภาษา

#95 By Cheshire_XxX on 2008-01-06 19:38

คอมเม้นท์จะทะลุร้อยแล้ว0_o

อยากให้ฝ้ายไปตามทางที่อยากไปอ่า
แต่ว่าต้องคอยดูอนาคตของตัวเองไว้ด้วย ว่าที่เรียนไป มันสามารถทำให้เรามีชีวิตอย่างมีความสุขได้มั้ย
ก็ขอให้พยายามจนถึงที่สุดละกัน สู้ๆน้า

ป.ล. ก็เพราะเอ็นทรี่นี้แหละ ทำให้เรากลับมาคิดถึงตัวเองบ้าง

#96 By MaiKo ChiRarA on 2008-01-06 19:54

เอ่อ...ชีวิตของคุณคล้ายๆกับของเราเลยนะคะ แต่กลับกันนิดๆหน่อยๆ

คือเราถนัดวิชาศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะค่ะ ทั้งอ่านการ์ตูน เขียนนิยายลงเน็ต แล้วก็วาดรูปประกอบเหมือนคุณเลย พ่อกับแม่เราเองก็ภูมิใจในความสามารถของเราด้านนี้ แต่! เราอยากเป็นหมอ!!!!

เราอยากเป็นหมอมากๆๆๆๆๆ อยากเป็นหมอเพราะใจรัก อยากเป็นหมอเพราะอยากช่วยคน ไม่มีความคิดเรื่องเงินอยู่ในหัวเลยสักนิด แต่แม่กับพ่อบอกว่า "หาเงินเรียนเอาเองก็แล้วกัน" เพราะพ่อกับแม่มั่นใจว่า ปัญญาอย่างเราไม่มีทางติดหมอ แน่นอน เราโดนด่าว่าโง่ ดื้อ ที่ทำอะไรไม่รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว หวังอะไรสูงเกินตัว ทั้งๆที่ถ้าเรียนศิลป์ก็จะเรียนได้ดีแท้ๆ แต่เราดันไม่เลือก

เราก็ท้อนะ ที่คนเขามองว่าเราไม่มีทางชนะคนอื่นเขาได้(ความจริงที่เลือกเรียนสายวิทย์ก็เพราะอยากเป็นหมอมาตลอด)

แต่เราอยากเป็นหมอ ไม่ได้แปลว่าเราไม่ชอบศิลปะ เพียงแต่มันไม่ใช่ที่สุดในชีวิตเรา เรามีความฝัน ทำไมไม่เข้าใจกันบ้างก็ไม่รู้ เฮ้อ!

พอมาถึงก็พูดแต่เรื่องตัวเอง ขอโทษด้วยนะคะ แต่ยังไงชีวิตก็เป็นของเรา เราเลือกเองดีกว่าค่ะ ถ้าคุณชอบศิลปะ น่าจะเรียนด้านแอนนิเมชั่นนะคะ ต้องใช้ทั้งศิลป์และฟิสิกส์+คณิต ที่สำคัญเงินเดือนเริ่มที่หลักแสนชัวร์ ถ้าใช้เหตุผลร้อบแปดพันประการมาหว่านล้อม พ่อกับแม่ต้องคล้อยตามแน่ๆค่ะ

สำหรับเรา ตอนนี้เลือกหมอไปแล้วค่า สู้โว้ย!

tongue

#97 By Sactal-Breezt Kitadang on 2008-01-06 19:57

เรียนสายวิทย์มาก็ดีแล้วคะ ตอนเอ็นทรานย์ชอบอะไรเลือกอันนั้นจะมีโอกาสมากกว่าชาวบ้านทั่วไป เลือกเรียนที่ตัวเองชอบจะมีความสุขในการเรียน และเวลาทำงานก็มีความสุขด้วยนะคะ แต่หมายถึงต้องเลือกถูกคิดถูกด้วยนะคะว่าอยากทำอะไรในอนาคตด้วยต้องมีจุดยืน เก่งเสียอย่างไม่ว่าเรียนหรือจะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จคะ