ว่าด้วยเรื่องคุณภาพชีวิต [ดูแลตัวเองกันมั่งเฮอะพวกเรา]
posted on 20 Jan 2008 17:39 by windella in JI-PA-TAหายหน้าหายตาไปพักหนึ่ง เรื่องมรสุมการเรียนก็ยังมีค่ะ สุดท้ายฝ้ายไม่ได้เปลี่ยนสาย..ยังไม่อยากเล่าละเอียด เดี๋ยวจะพาลอารมณ์ขึ้นอีก ==" ขอทำใจอีกสักพักแล้วค่อยมาต่อภาค2นะคะ
วันนี้ทำงานต้องค้นข้อมูลพวกบทความต่างๆนานามาเขียนบันทึก เลยได้อะไรมาพอสมควร (ฝ้ายเลือกเขียนแต่พวกบทความทางด้านสุขภาพเพราะมันสั้นดี ฮา)
มาพูดกันจริงๆแล้ว..ทุกวันนี้ คิดว่าดูแลตัวเองกันดีรึยังเอ่ย?
คุณๆเราๆทั้งหลาย มีใครปฏิเสธดิชั้นมั้ยว่า หลายครั้งหรือแทบทุกคืนที่นอนหลังเที่ยงคืน..
มีใครปฏิเสธมั้ยว่า ในหนึ่งเดือน แทบไม่ได้ออกกำลังกาย หรือไม่เลยก็มี..
ถึงเวลารึยังที่เราจะหันมาใส่ใจร่างกายที่น่าสงสารได้แล้ว??
ลองนึกๆดูแล้วก็มีหลายสาเหตุที่ทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเราแย่ลง ลองแจกแจงดูนะคะ..
- ว่าด้วยเรื่องการนอน -
สำหรับตัวฝ้ายน่ะหรือ.. ต้องขอเล่าย้อนไปนิดนึงถึงสมัยเด็กๆ ช่วงก่อนป.5เนี่ย นอน3ทุ่มครึ่งทุกคืน พอ3ทุ่มครึ่งปั๊บจะง่วงปุ๊บเหมือนร่างกายเป็นนาฬิกาส่งเสียงเตือน
แต่พอโตมาเรื่อยๆ เป็นธรรมดาที่เราจะเริ่มเขยิบเวลานอนไป4ทุ่ม .. 4ทุ่มครึ่ง
ปัจจุบันเวลานอนปกติคือ5ทุ่ม
ถือว่าค่อนข้างเร็วนะ เพราะส่วนใหญ่จะเรื่อยๆไปอีกครึ่งชั่วโมงหรือไม่ก็ชั่วโมงในวันหยุด
เรารู้สึกชัดเจนเลยว่า ร่างกายมันไม่สดชื่นเหมือนเมื่อก่อน
ไม่ว่าจะนอนดึกด้วยเหตุผลอันใด ทำงาน เล่นเกม ฯลฯ แต่การนอนดึกทำให้ร่างกายพักผ่อนน้อย ตื่นมาไม่แจ่มใสแถมยังง่วงนอนบ่อยๆอีก (ใต้ตาก็คล้ำ เหอๆ) แถมนิดหน่อยด้วยอารมณ์หงุดหงิดในบางวัน - -
บางคืนวันหยุด ถึงจะนอนเร็วได้ แต่เพราะความเคยชินจะทำให้เราแปลงร่างเป็นนกฮูกโดยอัตโนมัติ (หรือาจะเป็นความรู้สึกที่ว่า นี่คือวันหยุด ฉันต้องนอนดึกเข้าไว้) ทั้งที่ความจริง วันหยุดคือการพักผ่อน เหตุใดเราจึงไม่นอนพักผ่อนแบบเต็มที่ให้ร่างกายได้ "พัก" จริงๆเล่า?
สรุป : เราควรจะนอนก่อน 5 ทุ่ม เช็คได้ที่บลอคคุณเซนนะคะ (ขอค่าโฆษณาด้วยดีมั้ยคะ 55)
- ว่าด้วยเรื่องการออกกำลังกาย -
มีใครบ้างมั้ยที่ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่าออกกำลังกายทุกอาทิตย์? (พวกนักเรียนออกกำลังในคาบพละไม่นับ!)
ฝ้ายคิดเสมอนะว่า ถ้าขึ้นมหา'ลัย จะต้องไปฟิตเนสสัปดาห์ละครั้งให้ได้
(ทำไมต้องเป็นตอนมหา'ลัยก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน)
ยกตัวอย่างกรณีศึกษานิดนึง พี่สาวฝ้ายเองแหละ (เผากันตรงนี้เลย หุๆ) เขาไปสมัครเป็นสมาชิกของฟิตเนสชื่อดังแห่งหนึ่ง จ่ายเป็นรายปี คิดล่วงหน้าว่าจะให้ตัวเองรู้สึกเสียดายตังค์จนต้องไปเล่น แต่จนแล้วจนรอด..คุณเธอก็แทบไม่ได้ไปค่ะ ไปบ้างไม่ไปบ้าง ด้วยเหตุผลที่ซุกซ่อนในตัวมนุษย์ทุกคนคือ ความขี้เกียจ นั่นเอง
ความขี้เกียจช่างน่ากลัวยิ่งนัก ทั้งที่ความจริงถ้าเราออกกำลังกายสม่ำเสมอไปจนแก่ ตอนแก่เราจะดูเด็กกว่าคนอื่น ร่างกายจะกระชับ สุขภาพแข็งแรง ไม่เหนื่อยง่าย ข้อดีไม่รู้กี่สิบข้อแต่คนส่วนใหญ่กลับรู้สึกขี้เกียจที่จะออกกำลังกาย บางครั้งคิดจะทำแต่ก็จะผัดวันประกันพรุ่ง พอคิดว่าวันนี้หยุด พรุ่งนี้ค่อยทำ มันก็จะเริ่มลามจนเราหลุดออกกำลังกายไปโดยธรรมชาตินั่นเอง (ตัวเองเป็นเองถึงได้รู้อย่างไรเล่า ==;)
บางคนจะออกกำลังกายลดสัดส่วน เพื่อรูปร่างที่ดี แต่พอนานๆเข้าขอฟันธงเลยว่า80% เลิกทำเพราะใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ชวนให้เกิดความท้อแท้ใจแล้วก็เริ่มปลง คิดเข้าข้างตัวเองว่าร่างกายเป็นสิ่งไม่เที่ยง (ฮา)
ฝ้ายเคยซิทอัพทุกวัน วันละ50ที ทำเป็นเดือนน่ะค่ะจนเริ่มชิน ผลปรากฎว่าเอวงี้เล็กเชียว พุงเพิงไม่มี้ หน้าท้องแบนราบเป็นความภูมิใจ (ปัจจุบันเริ่มกลายเป็นก้อนเนื้อนุ่มนิ่ม นั่งแล้วออกอาการห่วงยางเล็กน้อย
)
สรุป : จะอย่างไรก็ตามแต่ มาออกกำลังกายกันเถอะค่ะทุกคน! เรามีแต่ได้ผลประโยชน์ ไม่มีเสียนะ
- ว่าด้วยเรื่องการกิน -
เล่าถึงอดีตเช่นเคย.. ตอนม.ต้นโรงเรียนฝ้ายไม่อนุญาตให้ขายน้ำอัดลมเลยค่ะ เลยมีแต่น้ำเปล่าและพวกน้ำผลไม้แบบเจือจางให้กินกัน ช่วงนั้นความอ้วนไม่เคยถามหา นึกย้อนไปแล้วเศร้าใจ ปัจจุบันน้ำหนักขึ้นจนหน้าอ้วนเชียว
แหม..ก็นะ อยู่สยามมีแต่ของน่ากิน (เมื่อวันก่อนไปซื้อเค้กเป็นเพื่อนเพื่อนที่พารากอน โอว..พึ่งได้ประจักษ์แก่สายตาว่าชั้นล่างพารากอนช่างเหมือนสวรรค์อาหารโดยแท้) จะอดใจอย่างไรไหว
คิดไปคิดมา ตอนนี้ฝ้ายกินอยู่ 4 มื้อ
นอกจากมือเช้า กลางวัน เย็นแล้วจะมีมื้อประมาณ4-5โมงหลังเลิกเรียน วันไหนอยู่บ้านไม่ได้กินล่ะก็ จะเกิดอาการหิวอย่างรุนแรง ต้องหาอะไรเข้าปาก ผลที่ตามมาคือน้ำหนักที่เพิ่ม และเงินที่ลดลง (หมดไปกับค่าอาหารซะเยอะ ฮือๆๆๆ)
บางครั้ง เราไม่ได้หิว แต่ก็สั่งตามเพื่อนเพราะเป็นเพื่อนสั่งแล้วน่ากินดี (เสียตังค์โดยใช้เหตุ ==)
สิ่งที่ฝ้ายค้นพบคือ การกินจุกกินจิกทำให้เรา อ้วนนน ค่ะ! เพราะฉะนั้น ลด ละ เลิก อาหารระหว่างมื้อได้แล้ว!!
แล้วก็อีกประเด็น อาหารบางอย่างไม่ได้มีคุณค่าทางอาหารมากสักเท่าไหร่ แต่เราก็กินมันโดยไม่เลือก (ช่วงนี้ฝ้ายติด junk food อย่างรุนแรง) ทั้งที่ความจริงเรามีตัวเลือกมากมายที่ดีต่อร่างกายแต่เราเองต่างหากที่ไม่สนใจ
ตอนไปญี่ปุ่นนะ อาหารที่นั่นอย่างข้าวก็จะมีงาโรย อาหารจำพวกเต้าหู้ เขาก็ทำได้รสเลิศ ชวนให้หม่ำเสียนี่กระไร เท่าที่สังเกตเขาใส่ใจกับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศมากค่ะ แต่อย่างอาหารไทยก็มีสมุนไพรนะ เพราะฉะนั้น เราควรจะหันมาใส่ใจกับเรื่องกินๆได้แล้ว กินผักกินผลไม้ และที่สำคัญ
กินน้ำเยอะๆนะจ๊ะ
edit *โอ๊ะ โดนทักโดยพี่หมอเซนซะแล้ว กินน้ำเยอะอย่างเดียวก็ไม่ได้ดีนะคะ เราต้องมีวิธีกินเหมือนกัน เช็คได้ที่บลอคคุณเซนเช่นเคย ^^ แต่ฝ้ายเป็นคนกินน้ำน้อย ต้องคอยบอกตัวเองเสมอว่าให้กินเยอะๆ
ผิวหน้าหนาวงี้แตกซะ
- ว่าด้วยเรื่องสุขภาพจิต -
อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็กๆเชียวนา ฝ้ายว่ามันเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เราเริ่มรักร่างกายตัวเอง เราต้องมีสุขภาพจิตดี อารมณ์ดีก่อน เราถึงจะเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีต่อร่างกายมากขึ้น จริงมั้ยเอ่ย?
ถ้าเราเครียด เราก็ทานอะไรไม่ลง นอนไม่หลับ เบื่อโลก ฯลฯ บลาบลาบลา เยอะม้ากกกก
แล้วเราก็จะเริ่มโทรมเพราะความเครียดด้วย
ให้สังเกตคนมีความรักจะหน้าตาอิ่มเอิบค่ะ (เกี่ยวกันไหมนั่น ==) แต่ถ้ามองง่ายๆก็คือคนที่มีความรักหรือคู่รักข้าวใหม่ปลามันก็มีเห็นโลกเป็นสีชมพู มองอะไรก็สดใส อย่างนี้ก็เรียกว่าสุขภาพจิตดีได้ ถูกมั้ยคะ
ยกตัวอย่างอีกกรณ๊ คือนักเรียนเวลาใกล้สอบ หน้าตาจะทรุดโทรมเพราะ 1. อ่านหนังสือดึก 2. เครียด สองเหตุผลนี่ก็เกินพอที่จะทำให้ร่างกายแย่ลงแล้วค่ะ
เรื่องสุขภาพจิตมันเกี่ยวโยงกับนิสัยด้วย คนอย่างฝ้ายที่เป็นจำพวกคิดมากเนี่ยนะ จะมีเปอร์เซ็นต์เครียดสูงกว่าคนที่พื้นฐานอารมณ์ดี ชอบสังสรรค์กับคนอื่น บางครั้งความเหงาก็บั่นทอนสุขภาพได้เหมือนกันนะ (พึ่งอ่านมา) ถึงสาเหตุจะไม่ชัดเจน แต่เค้าว่ามันจะส่งผลถึงสมองส่วนความจำและการรับรู้ทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น
เพราะฉะนั้น เราก็ควรจะยิ้มให้มากๆ หมั่นเข้าหาธรรมมะให้จิตใจสงบ พอเราอารมณ์ดี คนอื่นก็จะอารมณ์ดีตอบ ได้ผลดีกันถ้วนหน้า (อิอิ)
สรุป : เราควรดูแลจิตใจของตัวเองด้วย เพราะสุขภาพจิตดีก็หมายถึงสุขภาพกายที่ดีค่ะ ถ้าเครียดหรือคิดว่าช่วงนี้สุขภาพจิตเสียก็ควรจะหาทางแก้ไขเช่นระบายให้คนอื่นฟัง รักตัวเองให้มากๆไว้นะ
ที่เขียนนี่ด้วยสาเหตุเพราะเริ่มกระตือรือร้นขึ้นมาค่ะ ช่วงนี้หน้าตาหมองคล้ำ (ความจริงก็เป็นมากตั้งนานแล้วล่ะ เฮ้อ..) น้ำหนักขึ้น (อ้วนๆๆๆๆถามหา) จิตใจห่อเหี่ยวโดยไร้สาเหตุและอาการ "เหนื่อย" ถามหาบ่อยๆก็เลยอยากดูแลตัวเองบ้าง อยากกลับไปหุ่นดีดังเดิม......><
บางครั้งเราก็ต้องมองในแง่บวก มองโลกให้แจ่มใส แล้วสิ่งดีๆจะตามมาเอง แต่พื้นฐานที่สำคัญก็คือร่างกาย เราจึงไม่ควรละเลยมันนะคะ :)
ปล. นี่ยังไม่รวมสาเหตุย่อยๆอื่นอีกนะคะ เช่นบุหรี่ หรือเหล้า ถ้าทำได้ก็ลดลงมั่งก็ดีน้า
คนเราเดี๋ยวเดียวก็ตายแล้วค่ะ อย่ามัวแต่ขี้เกียจ ทุกๆสาเหตุมันเชื่อมโยงถึงกัน ส่งผลกระทบอย่างละหน่อย รวมๆกันก็มากนะคะ รีบๆมาดูแลตัวเองกันดีกว่า
ปล.2 พึ่งอ่านเจอ ---> การอดนอนเรื้อรังจะทำให้คนเราหิวอยู่เสมอ
....ช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร (พอหิวก็อ้วนอีกไง ทีนี้ก็กลายเป็นว่า อดนอนก็อ้วนได้แล้วเน่อ)
จะได้โปรโมทบล็อกพี่ไปในตัว อิๆ
ตอนนี้ก็เลยเป็นญาติกับผีแพนด้า
ก็เลยแทบไม่เคยคิดเป็นห่วงตัวเอง
ตรงนี้ไอนั่งสมาธิบ่อยๆด้วย

ถ้าเป็นข้อสอบคงสอบตกไปเป็นส่วนใหญ่
เรื่องการนอน ก็นอนดึก
เรื่องการออกกำลังกาย ก็น้อยยยยยมาก
เรื่องการกิน ก็ตามใจปาก ชอบนักของที่ทำให้อ้วน
เรื่องสุขภาพจิตนี่ ค่อยดีหน่อย คิดว่าสอบผ่านนะคะ
เพราะส่วนใหญ่มองโลกในแง่ดีเป็นทุนอยู่แล้ว ..
ตอนนี้พยายามจะนอนให้เร็วขึ้น
กำลังฟื้นฟูกล้ามเนื้อด้วยการเล่นโยคะอย่างเมื่อก่อนโน้นนน
พยายามลดอาหารยามเย็น ยามค่ำ ให้เป็นอาหารเบาๆ หน่อย
ทำได้แค่ไหนก็ยังไม่รู้ค่ะ
#1 By moodee on 2008-01-20 18:41