โลกร้อนขึ้นทุกวัน

 

เอนทรีย์นี้ไม่ได้อินตามกระแสGlobal warmingแต่อย่างใดค่ะ แต่บังเอิญว่าวันนี้ได้ซื้อ a dayเล่มใหม่ที่มีคอนเซ็ปต้นไม้มาอ่านแล้วเกิดอยากเขียนขึ้นมาเท่านั้นเอง

ช่วงหลังๆนี้ที่บ้านมีปัญหา จะไม่ขอเล่ารายละเอียดอะไรมากมายเพราะเหตุผลหลายๆอย่าง แต่ปัญหาที่ว่าเริ่มจากมลภาวะทางเสียงที่รบกวนการนอนหลับพักผ่อนของที่บ้าน สาเหตุมาจากโรงพิมพ์ที่พึ่งย้ายมา เราก็พยายามจะพูดเจรจากับเขา แต่ดูท่าทางเขาไม่ค่อยจะใส่ใจเท่าไรนักหรอกค่ะ รับปากว่าจะแก้ไข แต่เอาเข้าจริงเขาก็ไม่ได้จริงจังอะไร

เราก็เลยไปแจ้งเขตเสีย ให้แก้ไขกันเป็นขั้นตอนไป แต่ผลที่ได้กลับมานั้นมันแย่มากค่ะ ไม่อยากจะพูดถึงเท่าไหร่ สั้นๆว่ากลายเป็นเรื่องของคดีทำร้ายร่างกายกันเลยทีเดียว แล้วที่น่าเสียใจมากก็คือ

ขนาดหน่วยราชการยังเห็นค่าของเงินมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชน

ประเด็นก็คือ
การที่คุณไม่ได้กระทำในสิ่งที่ควรกระทำเพื่อส่วนรวม
เหตุผลข้อเดียวที่มีคือเพื่อผลประโยชน์และความสะดวกสบายของตัวเองใช่มั้ย?

 

 

เวลาที่เราเดินข้างทาง มักจะมีเศษขยะถูกทิ้งเกลื่อนอยู่จนกลายเป็นภาพที่เจนตา

บางครั้งแย่มาก เพราะคนเอาขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาทิ้งรวมๆกันจนกลายเป็นถังขยะแบบใหม่ คือไม่ต้องมีภาชนะฝาปิดใดๆทั้งสิ้น ต่อให้ขยะที่คุณทิ้งเป็นเศษอาหาร คุณก็ยินดีและไม่รู้สึกอะไรกับการที่ขยะของคุณเริ่มส่งกลิ่นเหม็น

ขอแค่ไม่ใช่ในบ้านของตัวเอง จะโยนทิ้งมักง่ายที่ไหนก็ไม่เห็นเป็นไร

แต่อยากให้รู้ว่าที่ๆคุณทิ้งก็คือบ้านเหมือนกันค่ะ

แม้มันไม่ใช่บ้านของคุณ แต่มันคือบ้านของทุกคน..

 

 

ฝ้ายรู้สึกอารมณ์ดีทุกครั้ง ที่เห็นโครงการดีๆริเริ่มขึ้นหลายโครงการ

โลกของเราร้อน ด้วยสาเหตุมาจากตัวพวกเราเอง ถ้าเราไม่เริ่มแก้ไม่เริ่มรักษา ใครจะมารักษาให้เรา

แต่มันคือความจริงที่จิตใจของคนก็ต่างกันไป บางคนอาจจะรู้สึกตัวเร็ว กระตุ้นให้เพื่อนข้างๆตัวรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วนะที่เราต้องทำให้อะไรๆดีขึ้น แต่กับบางคน เฉื่อยชาอยู่เสมอกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง

แม้จะรณรงค์กันมากแค่ไหน กลุ่มคนที่ไม่ตระหนักถึงปัญหาของส่วนรวมก็ยังมีอยู่

ทุกวันนี้ สมองของคนเหมือนจะใหญ่ขึ้น เราคิดถึงความเจริญทางวัตถุมากขึ้น แต่เราคิดถึงคนอื่นน้อยลง

 

 

การที่เราจะปลูกต้นไม้สักต้น เราต้องเริ่มเพาะจากเมล็ดเม็ดเล็กๆที่ยังอ่อนแอไม่ทนต่อลมและแดดฝน ต้นไม้ต้นนั้นต้องการการดูแลจากมือของคุณเอง ถ้าคุณให้น้ำและให้อาหารมันอย่างถูกต้อง มันก็จะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น

แต่กว่าต้นไม้จะเติบโตนั้น ต้องใช้เวลา

ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่คอยให้ร่มให้เงาแก่เราๆนั้น ใช้เวลาหลายปี หรือหลายสิบปี เวลาแค่หนึ่งวันหรือหนึ่งเดือนไม่เพียงพอต่อการฝังรากลึก การเร่งดินเร่งปุ๋ย ต้นไม้นั้นอาจจะผลิดอกสวยงาม แต่ก็เพียงชั่วครู่

เมื่อไหร่ที่เราเลิกดูแลมันในขณะที่มันยังเล็ก ไม่ช้ามันก็ตาย

ถ้าเราปลูกต้นไม้เพียงหวังความสวยงามเป็นอาหารตาแต่ไม่ต้องการเสียเวลาและให้ความอดทนแก่มัน ไม่ช้าก็แห้งเหี่ยว

หรือการปลูกต้นไม้เพื่อหวังว่าข้างหน้าจะได้ตัดมันเพื่อไปแปรเป็นเงินในเร็ววัน ต้นไม้ต้นนั้นก็ไม่มีความหมายใดๆ สุดท้ายก็เหลือแค่ตอไม้แห้งๆกับที่ดินว่างเปล่า

การทำความดี ก็เหมือนการปลูกต้นไม้นั่นเอง..

การทำความดีไม่ใช่การทำเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หรือแค่ช่วงเวลาหนึ่ง

เพราะการทำความดีต้องการความอดทนและเวลา บางครั้งคนเราจึงเบื่อจะทำความดี พวกเขาเหล่านั้นเห็นว่าการเอาเวลาไปคิดถึงวิธีเพื่อผลประโยชน์ของตนนั้น คุ้มค่าเวลาที่เสียไปมากกว่า

นานวันเข้า โลกของพวกเขาร้อน เพราะพวกเขาไม่ได้ปลูกต้นไม้ในจิตใจเลยสักต้น

 

 

เมื่อต้นไม้แผ่ขยายกิ่งก้านสาขา เราก็ร่มเย็น ไอเย็นจากต้นไม้ต้นใหญ่ยังเผื่อแผ่ไปถึงบริเวณโดยรอบ

พอเราช่วยกันมากๆ บ้านของพวกเราก็เย็น

เพราะการทำความดีเหมือนการปลูกต้นไม้ แรกๆเราอาจจะเหนื่อยบ้าง แต่สุดท้ายต้นไม้ของพวกเราก็แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ ให้ประโยชน์แก่ส่วนรวม ให้ร่มเงาแก่ทุกๆคน ทั้งยังเป็นการชักชวนให้คนอื่นมาปลูกต้นไม้ด้วยกันอีกด้วย

เพราะการทำความดีไม่ได้หยุดแค่ตัวเราเพียงคนเดียว..มันเผื่อแผ่ต่อไปได้เรื่อยๆ

 

 

จะดีแค่ไหน ถ้าเราหันมาทำความดีเพื่อคนอื่น เพื่อส่วนรวมโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์เป็นหลัก?

 

 

 

โลกร้อนมามากแล้ว 

ถ้าอยากให้โลกของพวกเราเย็น..

 

มาปลูกต้นไม้กันเถอะค่ะ

 

-------------------------------------------------

พึ่งกลับจากไปเที่ยวมาค่ะ ห่างหายไปนานเนื่องจากติดภารกิจการสอบfinalอยู่

ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเพื่อนๆคนอื่นเลย T^T

ปิดเทอมแล้ว อาทิตย์นี้ขอพักสักหน่อยละกันนะคะ.. พอกำลังกลับมา เราจะมาลุยกันแล้วล่ะ

สวัสดี ชีวิต"นักเรียนเตรียมสอบ"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Hot! ให้ทันทีที่อ่านเสร็จ
อ่านแล้วรู้สึกดีครับ แล้วผมจะพยายามด้วยครับ
(อย่างน้อยขั้นพื้นฐาน ประหยัดถึุงพลาสติกนี่ทำนานล่ะ)big smile

#1 By โคค่อน on 2008-02-27 17:02

อ่านแล้วนึกถึงเพลงของลุงเต๋อ เรวัติ - สักวันต้องได้ดี

ทำดีให้มากๆคับ แล้วสักวันความดีจะตอบแทนเราเอง

"อย่างน้อยก็บอกตัวเองหนทางยังมี แม้ว่าวันนี้ มันช่างโหดร้าย... ก็ยังคงทำดีไม่เคยหวั่น รู้ว่าสักวันต้องได้ดี"

อ้อ เรื่องหน่วยราชการทำงานมิชอบเนี่ย ฟ้องศาลปกครองได้นะครับ

ป.ล.2 วันก่อนนั่งขุดexteenอ่านไปเรื่อย บังเอิญไปเจอเมล์ของน้องฝ้ายเข้าเลยแอตไป ไม่ต้องตกใจว่ามีผู้ต้องสงสัยแอตไปนะคับ เหอๆcry

#2 By Toh on 2008-02-27 17:41

เห็นใจบ้านน้องฝ้ายมากครับที่เจอมลภาวะทางเสียงแล้วยังเจอมลภาวะจากคนในสังคมอีก
ปัญหาแบบนี้แก้ยากเสียด้วย แต่ก็ขอเอาใจช่วยให้หาทางออกได้โดยเร็วนะครับ
อ้อ..ขอชมว่าเอนทรี่นี้เขียนได้ดีมากครับ ชอบจังที่เปรียบการทำความดีเหมือนการปลูกต้นไม้
แล้วภาพตรงหัวบล็อกก็ยิ่งดูยิ่งสวยครับ อยากให้เรียนต่อด้านศิลปะจังเลยsurprised smile

#3 By Ripley on 2008-02-27 17:59

แย่จังเลย ลองฟ้องให้สูงกว่าเขตเป็นไงครับ ขอแนะนำสำนักนายกรัฐมนตรี เขามีส่วนร้องทุกข์ครับ เสริชหาได้

นึกถึงเพลง ดอกไม้ในหัวใจของปนัดดาเลย สงสัยถ้าจะปลูกต้นไม้ในใจเราคงต้องอาศัยความรักนั่นแหละครับ
ทั้งรักตัวเอง รักคนอื่น และรักส่วนรวมdouble wink
ยินดีด้วยกับการสอบเสร็จคะ พี่ฝ้าย

ขอให้ได้คะแนนดีๆนะคะ

ได้ข่าวมาว่าคราวนี้ที่เตรียมจัดตารางสอบโหดมากๆ ^_^


ขอเข้าเรื่องดีกว่า

น่าเห็นใจมากๆ การนอนที่เสียงรบกวนเนี่ย รู้สึกแย่สุดๆเลยคะ

อืมๆพูดถึงโรคร้อนเนี่ย พูดตามตรงตอนแรกก็รู้สึกถึงผลกระทบแค่หน้าหนาวสั้นง หน้าร้อนยาวขึ้น

พอมาปีนี้เห็นชัดๆ วันในหน้าหนาว 1 วัน มีทุกฤดู ร้อน หนาว ฝน เอาเข้าไป

ที่เวียดนามก็หิมะตก เดี่ยวปีหน้าไทยจะตกบ้างไหมเนี่ย!!
ขอให้โชคดีในการสอบนะครับ

การปลูกต้นไม่คนส่วนใหญ่จะเห็นว่าต้องใช้พื้นที่นี่ครับ แต่การประหยัดถุงนี่ลดพลังงานด้วยตัวเราเอง
ต้นไม้
เห็นเพื่อนบอกว่าซื้อ a day ได้เมล็ดดอกไม้

ส้มชอบต้นไม้ ดอกไม้

#7 By ชิเมะ ★ on 2008-02-27 19:03


.... เคยเจอเหมือนกันคับ....
เรื่องทะเลาะกะ ราชการ.. ของผม ทะเลาะ
กะเทศกิจอ่ะ
....
เครียดนัก..มีพัก ฟังเพลง บล๊อกผมคับ...

question question

#8 By -z-e-n- on 2008-02-27 19:35

อ่านแล้วเย็นครับ big smile ถ้าทุกคนช่วยกันคนละไม้ละมือ ไม่เกี่ยงเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ก็เยี่ยมไปเลย Hot!

ปล. ส่วนเรื่องมลภาวะทางเสียง ผมว่าอาจจะไม่ใช่เพราะหน่วยงาน แต่เป็น นในหน่วยงานครับ ยังไงก็ลองติดต่อผ่านสื่อ(อย่างคอลัมน์ลุงแจ่ม ของคมชัดลึก)ดูครับ

#9 By a-moment on 2008-02-27 19:52

แต่เป็น "คนในหน่วยงาน" ครับ พิมพ์ตกไป ขออภัยครับ

#10 By a-moment on 2008-02-27 19:53

Hot!

"ต้องช่วยกัน"

แม่เคยเล่าให้ฟังว่า มีคู่สามีภรรยาเขาไปซื้อของในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง เมื่อซื้อของสร็จแล้ว โดยบอกว่า"ไม่ต้องใส่ถุงพลาสติกนะ" แคชเชียร์ก็ทำตามที่บอก คู่สามีภรรยาก็เข็นรถเข็นไป ปรากฏว่าทันใดนั้น ยามห้างก็วิ่งเข้ามาห้ามด้วยกิริยาก้าวร้าว
"จะไปไหน ห้ามไป ทำไมไม่ไปจ่ายตังค์!"
เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่ ในที่สุดต้องเอาใบเสร็จมาเชค เสียทั้งเวลา เสียทั้งหน้า เำพรา่ะคนเขาก็พากันมอง

มันกลายเป็นว่าคิดเงินเสร็จแล้วต้องใส่ถุงพลาสติกเท่านั้น ไม่ใส่ไม่ได้ แล้วจะมีเซนต์เชอร์ไว้ทำอะไรล่ะคะท่าน



angry smile

#11 By Jasmine✿Lala~ on 2008-02-27 20:05

เห็นด้วยอย่างแรง เปรียบเทียบได้ดีมากค่ะ

มนุษย์เราทุกวันนี้ นับวันยิ่งเห็นแก่ตัวมากขึ้น เห็นแก่เงิน โลภไม่สนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น ทำให้สังคมไทยเราแย่ลง

แต่ก็มีคนอีกกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มดังกล่างดังต้นเลย

#12 By O-oBo-O on 2008-02-27 20:26

เห็นด้วยครับ ถึงจะบอกว่าตื่นตัวก็เหอะ
มีโครงการผุดมามากมาย แต่หลายโครงการเจ๊งไปเลยก็มีนะ
เพราะมีคนมองความสำคัญน้อยมาก
มองประมาณว่า "อะไรวะ..พูดเรื่องโลกร้อนอีกแระ"
กลายเป็นเบื่อไปซะงั้น
ทั้งๆ ที่เค้ากำลังพยายามทำเพื่อพวกแกนะเนี่ย

ปล.เรื่องมลภาวะทางเสียงนี่อ่านแล้วโกรธแทนแฮะฝ้าย พวกนี้มันก็เห็นแก่เงินมากกว่าประชาชนทั้งนั้น ต้องเอาเงินไปฟาดหัวถึงจะเริ่มลงมือทำอะไร ที่ดีจริงๆ ก็มีแค่หยิบมือ พอเค้าฟ้องหรือกระทบกระเทือนเข้าหน่อยก็ร้อนตัวจะเป็นจะตาย ก็มันจริงนี่หว่า เพราะหน่วยราชการมันเป็นแบบเนี่ย เงินภาษีก็เลยไม่มาถึงประชาชนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยซักที ประเทศชาติก็ไม่เจริญ งานดูแลประชาชนเป็นของพวกแกนะว้อยยย แหม..ยิ่งพูดแล้วยิ่งเครียด เดี๋ยวปั๊ด ฟ้องน้าหมักดีมั้ยหนอ sad smile

#13 By ปิงกรู on 2008-02-27 20:46

Hot!ชอบบทความของฝ้ายมากอ่าจ้ะ
อืมมม เราคงไม่สาธยายยาวมากหรอกนะ
แต่รู้สึกเห็นด้วยอย่างมากน่ะ เราว่าต้นไม้ก็สามารถทำให้จิตใจคนสะอาด ไร้มลทินได้นะ
แต่ไม่รู้ทำไมทุกคนก็เพื่อนร่วมโลกด้วยกันแท้ๆ ทำไมไม่เห็นใจกันมั่งเลยเน้อ...

เป็นห่วงอนาคตจัง

ป.ล.เราเขียนเรื่องมีสาระไม่ค่อยจะดูดีเท่าไร ต้องขอโทษด้วยนะ-/\-

#14 By MaiKo ChiRarA on 2008-02-27 21:39

ไม่มีใครชอบขยะเลยจริงๆ มันสกปรก แต่พอนึกดูแล้ว เหมือนเด็กๆถูกปลูกฝังให้รักษาความสะอาดมาตลอด แต่คงมีส่วนน้อยที่ถูกสอนให้จัดการขยะในมือให้ถูกวิธี ยอมรับว่าตัวเองก็เหมือนกันค่ะ อิอิ

ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยม ให้กอดเบอร์เกอทีนึง

#15 By on 2008-02-27 21:40

-- ถ้าคนเรามันไม่มักง่าย อะไรๆ ก็คงจะดีกว่านี้อ่ะคะ

-- คนส่วนใหญ่มักง่าย เอาง่าย เอาสบายเข้าว่า

-- ใครเดือดร้อนก็ช่างไม่สนใจ

-- ไม่รู้จะต้องให้พูดภาษาอะไรมันถึงจะสำนึก

-- น่าจับไปฝึกประเภทเดียวกับพวกเด็กแว๊นซ์ Hot!

#16 By Evil-minded Angel on 2008-02-27 23:42

ถามนิดนึงนะคะ พอดีเดินผ่านแผงหนังสือก็อยากรู้อยู่พอดี ว่าเมล็ดพันธุ์ที่แถมมากับอะเดย์เล่มใหม่ เป็นเมล็ดของต้นอะไรหรือคะ ขอบคุณมากค่ะ confused smile

#17 By b613 on 2008-02-27 23:57

เป็นเอนทรี่ที่อบอุ่นดีนะ อ่านแล้วสบายใจ cry

#18 By Rhen on 2008-02-28 05:00

เพิ่งซื้ออะเดย์มาเมื่อวันจันทร์แต่ยังไม่ได้ปลูกต้นที่เขาแถมมาให้
เพราะว่าเพิ่งปลูกทานตะวันไป 4 ต้น กันต้นอะไรไม่รู้อีก 5 ต้น เอาน้ำซักผ้ารดทุกวัน เหนื่อยเว่อร์(เอ๊ะ เขาไม่ได้ประกาศลดการใช้ฟอสเฟตไปแล้วเรอะ?)
อ้อ ชบาที่บ้านเราออกดอกแล้วนะ(แต่เขียวอาการย่ำแย่ - -")

(อ่านบทสัมภาษณ์ดูด้วยนะbig smile )

#19 By TeChNiKoS[9.9796] on 2008-02-28 14:21

ความดีสวยงามเสมอ
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องแบบนี้นะคะ
โรงงานที่ก่อเสียงดังเขาไม่มีกฎหมายหรอกเหรอว่าต้องห่างจากชุมชนเท่าไหร่ๆ ขนาดร้านเกมส์ ยังมีว่าต้องห่างจากโรงบาล วัด เป็นระยะทางเท่าไหร่เลยอ่ะค่ะ sad smile
เจอแบบนี้แก้ยากค่ะ เพราะเป็นที่ระบบมันเน่าแล้วล่ะมั้ง
แต่เรื่องทำความดี เชื่อว่ามีคนอยากทำความดี แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ถ้ามีคนถามถึงความต้องการ แล้วขอแรงสนับสนุนร่วมไม้ร่วมมือกันคงจะดีนะคะ

#21 By sorbet* on 2008-02-28 22:44

ใช่เลย พี่เองก็เห็นด้วยกับน้องฝ้ายนะ ความดีต้องเริ่มจากการหว่านเมล็ด รดน้ำ ใส่ปุ๋ย เพื่อให้แตกอ่อน หยั่งรากลึก เริ่มจากจิตใจเรานี่แหละจึงจะสู่ภายนอก ผลิใบ สูงตระหง่านอย่างสวยงาม

อ่านแล้วก็อดนึกขอบคุณธรรรมชาติที่ให้เรามากมายไม่ได้เลย