ตอบ FAQ ภาค[หนึ่ง]*
posted on 07 Mar 2008 22:32 by windella in about-mefaq ตอนแรกๆไม่ค่อยมีคนถาม แต่พอถามมาแล้ว โอ้ เยอะเหมือนกันนะเนี่ย ตอบเอนทรีย์เดียวไม่หมดแหงมๆ
ขอแบ่งเป็นภาคๆละกันนะคะ
* เนื่องจากเป็น faq ขอเขียนแบบสบายๆ ถ้าอ่านตรงไหนแล้วงงก็ขอโทษนะคะ
(เป็นคนที่พูดไปเรื่อยๆแล้วชวนให้สับสนมาก)
คนแรกมาเลย MaiKo ChiRara
ปิดเทอมนี้กันตะมีเรียนพิเศษที่ไหนบ้างรึป่าว? (หมายเหตุ : กันตะเป็นอีกชื่อเล่นของฝ้ายน่ะค่ะ ^^")
เรียนจ้า แต่ไม่ได้เรียนตามเซ็นเตอร์นะ มีเรียนศิลปะ(ดรออิ้ง+ออกแบบ) อาทิตย์ละ 3 วัน แล้วก็เลข เรียนกับอาจารย์ตัวต่อตัวเลย (อาจารย์คนนี้เราเรียนมาตั้งแต่ประถมแล้วล่ะ) แถมอีกอย่างคือสงสัยจะต้องกลับไปเรียนจีนด้วย เหอๆ
จะขึ้นม.6แล้ว เริ่มมีเป้าหมายชีวิตที่แน่นอนแล้วรึยัง?
ช่างเป็นคำถามที่น่ากลัวยิ่งนัก
ถ้าพูดว่า"เป้าหมายชีวิต" เราตีความสองแบบ อย่างแรกคือเป้าหมายชีวิตในเวลาอันใกล้ นั่นคือเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั่นเอง (ไม่อยากจะพูดถึงเล้ย~~)
สำหรับเรื่องนี้เรายังไม่ชัวร์ ยังไม่ชัด ตอบไปตอนนี้ อนาคตคงจะเปลี่ยนคำตอบไปอีก เหอๆ แต่ก็..นะ เราเรียนศิลปะมาแล้ว ยังไงก็จะลองสอบตรงดู ที่ดูว่าอยากจะเข้ามีสองที่คือ ศิลปกรรมที่จุฬา กับมัณฑนศิลป์ที่ศิลปากร (เขียนชื่อคณะถูกผิดยังไงขออภัยนะคะ จำไม่เคยได้สักที) คณะเผื่อสำรองไว้คงเป็นพวกบริหารหรือบัญชีน่ะจ้ะ (ถึงจะเรียนศิลปะแต่ก็ทิ้ง A-Net O-net ไม่ได้อยู่ดี ต้องเตรียมตัวเผื่อคณะอื่นด้วย)
รู้สึกตอบไม่ตรงคำถามแฮะ == เอาเป็นว่า เป้าหมายชีวิตยังไม่แน่นอนละกันเนอะ ส่วนเป้าหมายชีวิตอย่างที่สองก็คือเป้าหมายชีวิตในเวลาอันห่างไกล (ฟังแปลกๆเนอะ) อาจจะเรียกว่า "ความฝัน" ที่เป็น "เป้าหมาย" ก็ได้มั้ง เราอยากเขียนหนังสือ อยากมีร้านหนังสือเป็นของตัวเอง ยังไงก็อยากทำเป็นอาชีพรองอ่ะ ^^" แต่ส่วนของอาชีพหลักก็นะ.. ละไว้ในฐานที่เข้าใจ
ที่บ้านเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอะไรบ้างรึป่าวจ๊ะ?
เลี้ยงหมาอยู่ตัวนึงในบ้านจ้ะ (แต่ก่อนมี4ตัวแน่ะ แต่ไปสวรรค์กันหมดละ) ส่วนข้างนอกบ้านมีร่วม10
ไม่ได้เลี้ยงในบ้านแต่ก็ให้ข้าวให้ทานมันกิน แต่ก่อนเคยเลี้ยงปลา เลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ด้วยล่ะ (ตอนนี้อยากเลี้ยงแมว)
จะไปงานโฮมสายมั้ย?
สงสัยจะอด แฮ่ๆ เนื่องด้วยจาก
1. เดือนนี้ช็อปจนตังค์หมด
2. ติดเรียนเวลานั้นพอดิบพอดี
น่าเสียดายแฮะ ปีก่อนก็ไม่ได้ไป T_T (แต่เอาจริงๆแล้วที่ๆเราเรียนอยู่น่ะ มันใกล้ขนาดเดินไปหาได้เลยนะ 55+)
สนใจจะขายพวงกุญแจในงานการ์ตูนอีกมั้ยจ๊ะ?
สนมั้ย ตอบว่าสนนะ แต่คราวก่อนรู้สึกมันไม่พร้อม + ขายไม่ค่อยออก 55+ เลยแอบขาดทุน (โชคดีที่ตอนงาน70ปีขายเกลี้ยงเลย) ถ้าได้ทำอีกคงจะตั้งใจทำมากกว่านี้ ไปหัดลงสีในคอมให้เก่งกว่านี้ จะซื้อเม้าส์ปากกาด้วย (ชื่อเฉพาะเค้าเรียกว่าไรหว่า) แล้วก็เปลี่ยนกระดาษที่ใช้ให้แข็งๆหน่อย คราวก่อนทำแบบไม่รู้อะไรเลย
ถ้าคราวหน้าจะไปทำกันอีกก็บอกกันด้วยเน้อ
ขอบคุณคำถามจากไมโกะซังจ้ะ
คนที่สอง พี่ Toh
ชีวิตนี้ชอบอะไรมากที่สุดและเกลียดอะไรมากที่สุด
ชอบเหรอ ชอบหนังสือค่ะ (ตอบแบบไม่คิด 55+ ถ้าคิดเยอะแล้วคงจะมีคำตอบมากกว่านี้) เพราะเราเป็นคนชอบอ่าน ได้อะไรจากการอ่านหนังสือเยอะ ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่เป็นอะไรดีๆอย่างกำลังใจหรือข้อคิดที่ทำให้เราเปลี่ยนมุมมองในการมอง แล้วก็เป็นอะไรที่ relax เราได้มาก อย่างเครียดๆก็อ่านการ์ตูนเดี๋ยวก็ขำ หายเครียด
หนังสือเป็นสิ่งจดบันทึกชั้นเยี่ยมค่ะ เป็นสื่อที่ส่งต่อข้อความดีๆแบบไม่หมดอายุ เก็บรักษาได้อีกต่างหาก
เกลียดอะไร? เอาเล่นๆหรือเอาจริงๆดีคะ 55+ ว่าทั้งสองอย่างเลยละกัน ถ้าไม่ซีเรียสฝ้ายจะติดปากอยู่สามอย่างคือ แมลงสาบ แสงแดด และพริกไทย มันเป็นอะไรที่ไม่ชอบน่ะ
แต่ถ้าเอาแบบซีเรียส ฝ้ายไม่ชอบคนที่ไม่มีความเมตตาค่ะ เกลียดมาก คนที่ไม่มีความเมตตาทั้งกับสัตว์และเพื่อนมนุษย์ แต่เรื่องสัตว์นี่เจอบ่อย เราเห็นกันอยู่ทุกวันที่รถขับชนสุนัขตายข้างถนน ฝ้ายเห็นแล้วได้แต่ปลง เอาจริงๆก็รู้สึกแย่ค่ะ บางครั้งถึงกับร้องไห้เลยนะ คือบางทีหมามันแก่หรือพิการ หยุดให้เค้าข้ามสักหน่อยจะเป็นไร? แต่ก็ยังพุ่งเข้าชนบางทีจงใจซะด้วย ใครมีนิสัยแบบนี้อย่ามารู้จักกันเลยค่ะ ฝ้ายรับไม่ได้จริงๆนะ - -
ชีวิตอะไรวิ่งไปคิดเลขไป!?(ปัญหาเชาว์ซะงั้น)
อันนี้มีเฉลยมาถึงฝ้ายแล้ว แต่ไม่บอกหรอก 55 (คนส่งเฉลยก็คนถามนั่นแล) ใครอ่านแล้ว ตอบไว้ในคอมเม้นท์ก็ได้นะ :)
ปล. ถึงพี่ Toh รูปที่ฝ้ายเอามาแปะนั้นถูกปรับแต่งมาหมดแล้วว อย่าหลงเชื่อนะคะ! (แต่เล่นชมแบบนี้ก็ดีใจล่ะ 55) อภินิหาร Photoshop มีจริง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ล่ะเอ้อ ^^
คนที่สาม พี่หมอเซน
ทำไมถึงเขียนตัวอักษรได้เก่งจัง อ่านแล้วน่าติดตาม
ดีใจจังที่บอกว่า "อ่านแล้วน่าติดตาม" ขอบคุณมากนะคะ
แต่ถ้าถามว่าทำไม ฝ้ายก็ไม่ได้มีเทคนิคอะไรนะ มันเขียนไปได้เรื่อยๆ
เคยมีไดออนไลน์อยู่ที่เขียนเป็นเรื่องเป็นราวอันแรก ฝ้ายเขียนเรื่องคนอกหักแหละ
(แปลกดีตอนนั้น ที่น่าตกใจคือติดอันดับคนเข้าดูเยอะด้วย) ตอนนั้นดีใจมากๆ เพราะที่เขียนมีจุดประสงค์ตอนแรกเลยคือปลอบใจตัวเองค่ะ 55 ที่เขียนจะไม่ได้มาเขียนคร่ำครวญแต่เขียนสิ่งที่ควรทำตอนอกหัก ว่าทำยังไงเราถึงจะกลับมาสดใสได้ใหม่ มันเหมือนมันปลอบตัวเองไปในตัวด้วย พอคนเข้ามาอ่านเราก็รู้สึกดีที่เราทำให้เค้ามีกำลังใจเหมือนกัน ตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเขียนที่อยากให้คนอ่านรู้สึกดี มันเหมือนกับว่าเราอยากส่งผ่านอะไรดีๆไปให้คนอ่านมั้ง เราเลยตั้งใจเขียน อยากให้เค้ารู้ความรู้สึกของเราที่อยู่ในตัวอักษร ดีใจที่ได้ทำตามความตั้งใจที่ตั้งไว้ค่ะ
ส่วนเขียนอย่างอื่นก็เขียนเหมือนกัน ฝ้ายชอบเขียนนิยายแฟนตาซี แต่เก็บไว้อ่านคนเดียว ฮ่าๆ
บรรยายความเป็นตัวเองแบบสั้นๆ อ่านเข้าใจภายในไม่กี่ประโยค
"ความแตกต่างสองอย่างรวมกันคือทั้งแข็งและก็อ่อน"
นิสัยเด่นๆที่มองตัวเองออกคือเป็นคนเอาจริงเอาจังในเรื่องงาน อารมณ์พวกเพอร์เฟคชั่นนิส กับอีกอย่างคือเป็นคนอ่อนไหวค่ะ
อารมณ์แปรปรวนง่าย โกรธง่ายหายเร็ว
ส่วนที่แข็งของเราเนี่ย บางทีก็เป็นข้อเสียคือเราจะไม่ค่อยยืดหยุ่น เป็นคนซีเรียส เครียดง่าย ส่วนใหญ่จะเป็นกับเรื่องงาน ไอ้ส่วนที่อ่อนบางทีก็กลายเป็นอ่อนแอไป อารมณ์ดิ่งลงบ่อยๆ ความจริงแล้วทั้งสองส่วนมันเชื่อมต่อกัน ยกตัวอย่างเวลาเราเครียดเรื่องงานเราจะไม่สบายใจ ไม่เป็นอันทำอะไรเท่าไหร่ แล้วก็ชอบเอาทุกอย่างกองไว้กับตัวเอง เป็นห่วงชาวบ้านเกินเหตุ (ตรงนี้จะแก้ แก้ไม่หายสักที) เพื่อนชอบบอกว่าเราเป็นผู้ใหญ่ เล่นๆก็ว่าเรา "แก่" ไม่ก็ "แม่"
รู้สึกที่พูดมาจะเป็นข้อเสียแฮะ 55 นิสัยอย่างอื่นก็คือร่าเริง บ้าๆหลุดๆบางเวลา ชอบคุย ความจริงเป็นคนชอบอะไรสบายๆสดชื่นๆอย่างอากาศตอนเช้า เวลาฟังเพลงหรือเวลาได้นอนพักผ่อนไม่ต้องคิดอะไรมาก รักสันโดษนิดหน่อยล่ะมั้ง เป็นคนโรแมนติกนะ ><
อายุหกสิบมองตัวเองเป็นยังไง จะทำอะไรอยู่และจะทำอะไรต่อไป
คงใจเย็นและมีเหตุผลมากกว่าตอนนี้มากๆเลยเนอะ อาจจะยังทำงานอยู่ แต่สิ่งที่อยากทำคือสั่งสอนลูกหลาน จะขำฝ้ายก็ได้นะ (อ่านไปยังแบบว่า คำตอบดูแก๊..แก่~) แต่ลองนึกภาพสังคมตอนที่เราอายุ60เนี่ย มันก็คงเปลี่ยนไปมาก ทั้งเรื่องค่านิยม วัฒนธรรมประเพณี ฯลฯ แต่ที่เหมือนเดิมคือสังคมเรายังมีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี ภัยทางสังคมและทางความคิดของผู้คนสมัยนั้นคงจะมากขึ้น เลยอยากจะสอนให้ลูกหลานของเราเป็นคนดี แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าวัยรุ่นสมัยนั้นจะอยู่ในสภาพไหน
ขอบคุณคำถามจากพี่หมอเซนค่า
หมดคำถามไปสามท่าน ของท่านอื่นๆต่อภาคสองนะคะ ^^ เที่ยงคืนพอดี ขอไปนอนก่อนล่ะ
ลูกหลานจะได้มีหนังสือดีๆอ่าน หัดให้เด็กรักการอ่านแต่เด็กดีที่สุด
พี่ก็มีน้องๆชอบเขียนนิยายเหมือนกัน เคยขออ่านจะได้ติชมได้ แต่ไม่มีใครกล้าให้อ่านสักคน ฮ่าาาาาาาาาาาา
#1 By เชน หยินและหยาง on 2008-03-08 06:51