บ้านสุนัขราชบุรี

ก่อนอื่น เรื่องที่จะเอ่ยถึงในวันนี้ ฉันขอพูดในฐานะที่ฉันเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง

ฉันเพียงแค่อยากใช้พื้นที่ตรงนี้ ในการพูดคุย รวมไปถึงวิจารณ์ในแบบของฉันเอง

หากมีเรื่องที่ไม่เห็นด้วย ฉันเพียงแค่อยากให้คิดว่า คนเราย่อมมีความคิดที่แตกต่างกันได้ เป็นธรรมดา

และทุกๆคน ควรจะมีสิทธิในการแสดงออกอย่างเท่าเทียมกัน

ฉันไม่เจตนาให้ตัวอักษรของฉัน ไปสร้างความไม่พอใจแก่ใคร

ฉันเพียงแค่อยากใช้สิทธิที่ฉันมี ในการระบายตรงนี้

ในฐานะ คนธรรมดาๆ เท่านั้นเอง

อย่าถือโทษโกรธเลย การปฎิบัติตนของฉันต่อทุกๆคนยังคงเป็นเช่นเดิม

เขาว่า คนเราควรจะรู้จักการทำตัวเป็นไม้ที่ลู่ตามลม

หากมันไม่ทำเช่นนั้น ลำต้นของมัน อาจจะหักโค่นลงได้

..นั่นคือสิ่งที่ค่อนข้างจำเป็น ในการอยู่ร่วมกับสังคมใหญ่ๆ

โดยเฉพาะสังคมที่มีการลำดับความอาวุโส

ถ้อยคำที่ฉันได้เอ่ย ฉันไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งใดๆ

โปรดอย่าใส่ใจ ฉันเพียงแค่ใช้สิทธิในพื้นที่เล็กๆของตัวเองเท่านั้น

..กับพื้นที่ใหญ่ๆตรงนั้น ฉันยังเข้าใจได้ดีว่า ฉันต้องเป็นไม้ที่ลู่ตามลม

 

 

 

ฉันแค่ไม่เข้าใจ

การใช้เสียงตวาด กระแทก รุนแรง เป็นวิธีที่ดีจริงหรือ

หากเรื่องที่เราต้องการสั่งสอนตักเตือนมีเหตุผลจริง มีประโยชน์จริง
เหตุใดเราจึงยังต้องใช้ถ้อยคำกดดันให้เกิดความอึดอัดใจเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ทำตามคำของเราอีก

การใช้วิธีการเช่นนั้น ไม่ทำให้เกิดความนับถือ หากแต่เป็นความรู้สึกกลัวเกรง คับข้องอยู่ในใจ

ฉันเคยผ่านกระบวนการอบรมสั่งสอนเช่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

ฉันเชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้น

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องจริง

แต่พอฉันโตขึ้น ฉันใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียว ปีเดียวที่มีประสบการณ์มากกว่า บอกว่าตนเองเป็นอาวุโสและมีความสำคัญ

และฉันก็เคยเป็นคนที่ต้องพยายามปั้นเสียง ปั้นสีหน้า

สร้างบรรยากาศให้เคร่งขรึม

ทั้งที่ความจริงแล้ว มันไม่ใช่เลย

 

เมื่อฉันโตขึ้น

ความจริงแล้ว เวลาแค่เพียงปีเดียว มันน้อยนิด

ฉันยังคงเป็นเหมือนคนที่มาใหม่

แล้วฉันมีสิทธิอะไรไป "อบรมสั่งสอน" คนเหล่านั้นด้วยวิธีการที่ไม่นุ่มนวลเช่นนั้นหรือ

 

ฉันค้นพบว่า ฉันมีสิทธิเพียงแค่ "ชี้แนะแนวทาง" ให้กับผู้มาใหม่เท่านั้นแหละ

 

 

ถ้าให้ฉันเลือก ฉันอยากให้เราเป็นเหมือนเพื่อนที่ให้เกียรติกันและกันมากกว่า

 

 

ไม่ใช่ผู้ที่วางตัววางท่าใดๆ

 

เพราะฉันไม่ได้เป็นใครวิเศษมาจากไหน

มาก่อนหรือมาใหม่ เราอาจแต่งกายด้วยชุดที่แตกต่างกัน แต่เรายังคงอยู่ในช่วงอายุใกล้เคียงกัน เราพูดคุยกันดีๆได้ เพียงแค่เราอย่าลืมให้ความเคารพกันตามสมควร

ในแง่ของการใช้ชีวิต เวลาเพียงปีเดียวอาจไม่สามารถทำให้ใครเป็นผู้ใหญ่ผู้อาวุโสกว่าใครได้มากมาย ฉันคิดอย่างนั้น

 

 

ในเมื่อฉันปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มีอย่างเคร่งครัดแล้ว ให้เกียรติอีกฝ่ายแล้ว

มันไม่ควรหรือที่ฉันจะได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมกลับคืนมา

 

 

 

ปล.

ดังที่ฉันได้เอ่ยไปแล้วข้างต้น

หากข้อความเหล่านี้สร้างความรำคาญใจ

ฉันต้อง ขอโทษ ด้วยค่ะ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile

#1 By six on 2009-05-27 22:17

อืม..จากที่ถามๆมา รู้สึกจะมีของเรานี่แหละที่ไม่ว้าก

พี่ที่คณะเราบอกว่า "คณะของเราศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์ เราเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีความคิดที่แตกต่างกัน และไม่มีใครที่คิดถูกหรือคิดผิด เพราะต่างคนต่างมีเหตุผลในความคิดของตัวเอง ดังนั้นคณะของเราจึงไม่มีการว้าก เพราะเราจะพูดคุยและทำความเข้าใจกันและกันด้วยเหตุผล"

เราชอบแนวคิดแบบนี้มากเลยล่ะ แต่ว่าบางอย่างที่มันเป็น tradition สืบต่อกันมาเรื่อยๆรุ่นต่อรุ่นแบบนี้ ถึงมันจะดูไม่ค่อยเวิร์กนักในความคิดของหลายๆคน เราก็คงไปยกเลิกหรือทำอะไรกับมันไม่ได้อยู่ดี

(ถ้าปีหน้าเราซิ่วไปคณะอื่น ก็คงต้องเจอว้ากเหมือนกันสินะ ฮะๆ)

ยังไงก็สู้ๆน้า เป็นกำลังใจให้เสมอจ้ะ :))

#2 By ★奈良★ on 2009-05-27 22:32

เห็นด้วย Hot!
แต่ชมรมเราไม่รับน้องแบบนั้นนะ ออกจะอบอุ่นbig smile
เปิดโลกกิจกรรมวันที่ 9-10 มิ.ย. นะคะฝ้าย
ที่ศาลาพระเกี้ยวค่ะ
มีอะไรโทรมาได้ตลอด(เบื่อคณะก็โทรมา อิอิ)confused smile
รับน้องใช่ไหมค่ะพี่ฝ้าย

เห็นพี่เราก็พูดๆอยู่เหมือนกัน

ยังไงสู้ๆนะคะ

เมื่อผ่านสิ่งแย่ๆไปได้ ทางข้างหน้าจะสดใสแน่นอน
big smile
big smile

รุ่นพี่เราให้เหตุผลว่าที่ว้ากไป เพราะคิดว่า
1.รุ่นน้องไม่ยอมเชื่อฟัง พี่ๆให้ความเห็นว่าขนาดว้ากๆไปเนี่ยก็ยังมีคนไม่ทำตามคำสั่งเลย
2.แสดงความตั้งใจจริงของรุ่นพี่

แล้วก็ถ้าพวกเราอยู่ปี2แล้วไม่ต้องการว้ากน้อง
เราก็ต้องหาวิธีที่ทำให้รุ่นน้องรับรู้และเข้าใจที่ดีกว่าการว้ากให้ได้ด้วยsad smile
ซึ่งถ้าหากรุ่นพี่บ้าสถาบันมากๆก็คงจะทำไม่ได้อ่ะนะ
ฉะนั้นฝ้ายก็คงต้องตามน้ำไปแหละ ยังไงตอนนี้ตัวฝ้ายเองก็คงยังทำไรไม่ได้ด้วยจริงมั๊ย

อีกอย่างว้ากน่ะมันแค่ไม่กี่วันเองเน๊าะ แปปเดียวก็ผ่านไปได้แล้ว สู้ๆนะbig smile

#5 By B-rz on 2009-05-28 02:40

จริงๆแล้วพี่ว้ากบางคนเนี่ย บางทีเป็นพวกเก็บกดอยากตะโกนใส่หน้าคนอื่นบ้างก็ได้มั้ง เหมือนกับที่เค้าโดนเมื่อปีก่อน เลยอยากเอาคืนมั่ง

แต่พี่ว้ากเนี่ย มันก็จะมีเฉพาะช่วงวัยรุ่นแบบขึ้นมหาลัยนี่แหละคับ คิดซะว่าเป็นรสชาตินึงในชีวิตละกัน เหมือนเรียน รด. ตอนเรียนโคตรเหนื่อย โคตรเกลียด แต่พอนานๆเข้าเอาประสบการณ์ตอนนั้นเอามาคุย มาเมาส์กับเพื่อนๆสนุกทุกที^^

ส่วนเรื่องลำดับอาวุโสเนี่ย ตอนขึ้นมหาลัยพี่ไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ แต่ถ้าในกรณีตอนเรียนที่สวนกุหลาบเนี่ย เค้าจับปลูกฝังมาตั้งกะม.1เลยว่า จงเคารพรุ่นพี่ ซึ่งมันก็ได้ผล เด็กสวนกุหลาบจะเคารพรุ่นพี่มากแม้จะห่างกันแค่ปีเดียวก็ตาม ซึ่งมันก็ดีเพราะตัดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งข้ามรุ่นเกือบหมด

ปล. สมมติถ้าเปลี่ยนพี่ว้ากไปเป็น พี่ประชด พี่เสียดสี มันจะดีจริงไหมน้อsad smile

#6 By Toh on 2009-05-28 16:10

ไม่รู้จะพิมพ์ยังไงดีแฮะ...
เราเชื่อว่า การที่พี่ว้ากใส่เรา ช่วยให้เรารักกันมากขึ้นนะ
ถ้ามองดูผิวเผิน เหมือนเป็นการว่า ด่า ใครๆก็ไม่ชอบกันทั้งนั้นแหละ
แ่ต่เราคิดว่า เหตุผลที่เค้าทำไป ก็เพื่ออยากให้เราตระหนักถึงความสำคัญของคำพูดที่พี่ๆพูดกันมากกว่า

การที่ต้องใช้คำรุนแรง และใส่อรมณ์ มันสามารถแสดงความตั้งใจของพวกพี่ๆ ที่อยากให้เรารู้ไ และปฏิบัติตามที่พี่เค้าปรารถนาให้เราทำ
เพาระเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อการดำเนินชีวิตต่อจากนี้
ลองสมมตินะ ถ้าพี่เค้าพูดกับเราดีๆ เราจะแทบจะไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดนั้นๆเลย และมันก็จะไม่สามารถตราตรึงอยู่ในความทรงจำของน้องๆได้เลย

เราไม่รู้ว่าคณะของฝ้ายรับน้องแรงขนาดไหน แต่แค่เข้าใจในเหตุผลในสิ่งที่พวกพี่ๆทำ เราก็จะไม่คิดหงุดหงิดหรือรำคาญใจอะไรกับมันได้นะ


ป.ล.จริงๆแล้วรับน้องอักษรก็มีช่วงแอบว้ากนะ(ฮา)เป็นช่วงกลางคืนวันสุดท้าย ที่จะคล้ายๆเราเป็นฝ่ายโดนรับสมัยวิทย์ญี่ปุ่นน่ะ เป็นNight Rally โดยให้ปิดตาน้อง จับมือเดินกัน แล้วพวกพี่ๆก็แกล้งเอาใบไม้มากั้นๆ หลอกให้เดินวานบ้างล่ะ แล้วก็ว้าก โดยหลอกว่ามีเพื่อนบาดเจ็บระหว่างเดินด้วย แต่พี่เค้าต้องการให้เราเห็นใจเพื่อนๆ คอยช่วยเหลือกัน ให้มากกว่านี้ เท่านั้นเอง

#7 By MaiKo ChiRarA on 2009-05-28 18:19

เดาเลยว่าต้องเป็นรับน้องแน่ๆ

ตอนรับน้องดนตรีไทย ก็มีว้ากเหมือนกันนะบี้ แถมห้องก็มีว้ากอีกต่างหาก เหอะๆ

อืมมม แต่บี้ก็เข้าใจจุดประสงค์นะว่าทำไมพี่ถึงว้าก

แต่บี้ก็ไม่ชอบให้ว้ากอยู่ดี
ตามธรรมเนียมโบราณคร่ำครึซึ่งทุกวันนี้แทบจะเรียกได้เลยว่าเป็น ‘กฏ’ ของระบบมหาวิทยาลัย แต่ละคณะมักจะบังคับให้รุ่นน้องต้องหยุดทำความเคารพรุ่นพี่เช่นนี้ทุกครั้ง ที่เจอหน้า

ไม่รู้ทำไม ทั้งๆ ที่อายุห่างกันแค่ไม่กี่ปี แถมต่างขึ้นชื่อว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยกันแล้ว ล้วนมีพร้อมทั้งปัญญาและวุฒิภาวะที่จะสามารถตัดสินใจได้เองว่าจะเลือกเคารพ ใคร แต่พวกรุ่นพี่มักสรรหาเหตุผลล้านแปดมาโน้มน้าวแกมบังคับให้รุ่นน้องทุกคน แสดงความยำเกรงอยู่นั่น

ใจจริงในส่วนลึกยอมรับว่าตนต่อต้านประเพณีปัญญาอ่อนนี้อย่างรุนแรง เขาคิดว่ามันงี่เง่า และฟังดูเป็นลัทธินิยมจนเกินไป เสียแต่เขารักสงบมากเกินกว่าจะทำตัวขวางโลกให้เกิดเรื่อง จึงจำต้องคล้อยตามทำไปอย่างขอไปที


big smile จริงมั้ย?

#9 By ไปก๊อบเขามาอีกที (124.121.9.214) on 2009-05-29 18:26

เป็นเราก็ไม่ชอบว่ะ คนที่ดุด่าโดยไม่มีเหตุผล บอกแค่ว่า ต้องทำอย่างโน้น ต้องทำอย่างนี้ คือไม่จำเป็นต้องพูดดีๆ คุณจะพูดจาสั้นห้วนยังไงก็ได้ ตราบใดที่มันมีเหตุผลว่า สิ่งที่คุณสั่งให้ทำนั้น ทำไปทำไม

(แต่จะว่าไป บางอย่างน่ะไม่เข้าใจก่อนดีแล้ว เพราะพอเรารู้เหตุผลก่อน เราจะรู้สึกแอนตี้ขึ้นมาทันทีsad smile )

#10 By TeChNiKoS[9.9796] on 2009-06-02 22:21

happy and fighting
big smile

#11 By yana (122.90.209.231) on 2009-06-07 08:14

en...
can you write english?
i could not understand sad smile

#12 By yana (122.90.209.231) on 2009-06-07 08:24

ฉันไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับ"มัน"มาก่อนจนเข้ามหาลัย

และฉันก็ได้สัมผัสมัน...ฉันรู้สึกเคียดแค้นและต่อต้านมัน

แต่เมื่อครบสิบห้าวัน มันก็จากฉันไปตามคำสัญญา

ในวันที่สิบหกที่ฉันเป็นอิสระ ฉันแทบไม่รู้สึกว่าที่ผ่านมาได้เคยเกิดอะไรขึ้นกับฉัน

ฉันไม่อยากให้ความเคียดแค้นชิงชังนั้นหายไป
จึงพยายามพูดคุยกับคนที่เคยคิดต่อต้านมัน
อ่านบทความที่ไม่เห็นด้วยกับมัน
เพื่อที่จะได้รู้สึกเคียดแค้นชิงชังมันอยู่เงียบ ๆ คนเดียว

วันเวลาเดินทางไปข้างหน้าเรื่อย ๆ

เวลาเพิ่มมากขึ้น แต่ความเคียดแค้นชิงชันมันกลับน้อยลงไป

เหมือนกองไฟหมดฟืน

จนเมื่อมีน้องใหม่เข้ามา ฉันทำได้เพียงเฝ้าดูน้องใหม่ของฉันผ่านมันไป อย่างที่ฉันเคยผ่าน

ฉันอยากให้น้องใหม่(หลาย)บางคนรู้สึกกับมันอย่างที่ฉันเคยรู้สึก ทว่าในสถานการณ์ที่ต่างกัน เป็นความรู้สึกของฉันเองที่ไม่อาจชัดเจน

วันเวลาพรากความเคียดแค้นชิงชังนั้นไปจากฉันแล้ว

ฉันไม่โกรธตัวเองที่ไม่อาจเป็นนักปฏิวัติได้ในยุคสมัยของฉัน แต่ฉัน...ก็ไม่อาจใช่กบฏ

สิบห้าวันแรกของน้องใหม่ของฉันจึงไม่อาจหอมหวานดังอุดมคติ

ฉันเพียงไม่แพ้ และมันก็ไม่ชนะ

สงครามระหว่างฉันกับมันยังดำรงอยู่อย่างบางเบา

แต่กำลังหนักอยู่กับน้องใหม่ของฉัน

งานนี้ไม่มีใครตาย...

เพียงเจ็บปวดบ้าง เพื่อให้รู้ว่า...เรายังมีชีวิตอยู่



แด่... นิเทศจุฬาฯ 2552(และที่อื่น ๆ ที่ฉันไม่เคยสัมผัส)

#13 By a sek (58.8.140.250) on 2009-06-14 04:00