บ้านสุนัขราชบุรี

 edit อัพเอนทรีนี้เมื่อคืน แต่เหมือนจะมีปัญหานิดหน่อยตรงที่เนื้อหามันขาดๆตลอดเวลาที่โหลดใหม่ ถ้ามีปัญหานั้นอีก ก็ ไม่ต้องสงสัยนะคะ :)

----------------------------------------------------------------------------------- 

 

คุณคิดว่า..บริเวณฝั่งตรงข้ามห้างดังๆอย่างพารากอน
หรือบริเวณหน้าห้างใหม่อย่าง Digital Gatewayที่มาเปิดแทนที่เซ็นเตอร์พ้อยต์เดิมมีอะไรอยู่คะ?

หน้าห้าง..มีอะไร?

 

สาวสวยรึ
หรือกลุ่มเด็กม.ต้นที่แก่แดดเกินวัย

ร้านค้าขายเฉาก๊วย ลูกชิ้นทอด

อะไรที่หากเดินผ่าน แทบไม่มีวันไหนเลยไม่ได้เห็น..

 

 

สำหรับฉันแล้ว คำตอบนั้นคือ

 

 

"ขอทาน"ค่ะ

 

 

ออกตัวสักนิดว่า นี่ไม่ใช่เรื่องราวบีบน้ำตาเค้นความสงสารหรอกนะ

แต่จากเวลา 4 ปีแล้ว ที่ฉันต้องเดินผ่านทุกวัน บริเวณนี้มีรอยเท้าของฉันฝากไว้
ตั้งแต่รองเท้านักเรียนสีดำจนถึงรองเท้าเปปเปอร์มิ้นต์ ด้วยความที่ต้องอาศัยรถไฟฟ้าส่งตัวเองกลับให้ถึงบ้าน
ทุกๆวัน ฉันต้องเดินขึ้นบันไดเลื่อนรถไฟฟ้าตรงซอย3 (หรือซอย4 จำไม่ได้ ความจำเรื่องเส้นทางแย่มาก)สยามสแควร์

 

แทบจะไม่มีวันไหน ไม่เห็นผู้คนเหล่านั้น ผู้คนที่มองแล้วชวนให้ความรู้สึกเวทนาและหดหู่

จะเป็นขอทานหลอก หรือขอทานจริง ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าทั้งนั้น

 

 

 

วันนี้ เวลาประมาณหกโมงเย็น ท้องฟ้ามืดแล้ว ฝนที่ตกเริ่มซาลง

ฉันเดินมาดูร้านขายหนังสือนิตยสารกับการ์ตูนเล็กๆที่หน้าdigital gateway

เหลือบไปเห็นคุณยายคนหนึ่ง แกนั่งพื้นพิงเสา จุดที่นั่งคือริมชายคากันฝน พื้นตรงนั้นเฉอะแฉะไปหมด
แกมีอุปกรณ์เหมือนโทรโข่งอันเล็กๆอยู่ในมือ มันใช้เอาไว้กระจายเสียงร้องเพลงของแก

ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจของพื้นที่ขายของ ผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงสาว แต่งตัวสวยอยู่บนรองเท้าส้นสูง หิ้วกระเป๋าราคาแพงกำลังโดนโฉบเฉี่ยวไปมา ท่ามกลางแสงไฟที่ส่องมาจากร้าน iStudio ที่มีคอมพิวเตอร์สีเงินวางเรียงราย พนักงานกำลังรับแบงค์พันจากลูกค้า..หยดเม็ดฝนหล่นลงมาไม่ขาดสาย
..ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้นคุณยายกำลังร้องเพลง

เป็นเพลงจังหวะสนุกอย่าง"สามสิบยังแจ๋ว"

 

แต่เสียงของคุณยายที่เปล่งออกมากลับทำให้ฉันรู้สึกเศร้าใจมาก

 

 

ดวงตา ผิวหนัง ใบหน้า สีหน้า ร่างกาย..คนมีอายุเช่นนี้ ไม่ควรหรอกหรือ ที่อย่างน้อยควรจะได้อยู่ใต้ชายคา ที่ๆไม่มีพื้นเฉอะแฉะ มันไม่ควรหรอกหรือ?

 

เท่าที่อ่านสิ่งที่ฉันเขียน..ไม่รู้ว่าจะมีใครเห็นอะไรเหมือนที่ฉันเห็นไหม

 

 

ความแตกต่างอันเหลือคณา

ในระยะไม่ถึง10เมตร ใครคนหนึ่งอาจจะไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ในขณะที่คนอีกมากมายกำลังจับจ่ายใช้สอย ในจำนวนนั้น คงมีไม่มากนัก ที่จะสังเกตหรือเหลียวมองว่า

ในพื้นที่เดียวกันนี้มีชีวิตอีกหลายชีวิตนัก ที่กำลังดิ้นรนเพียงเพื่อให้ได้เงินเพิ่มขึ้นอีกสัก10หรือ20บาท

เพียงระยะกระจกกั้น ใยชะตากรรมของคนจึงแตกต่างกันได้ขนาดนี้

 

 

ฉันเขียน ฉันเล่า ทุกสิ่งมานั้น ไม่มีจุดมุ่งหมายชัดเจนเหมือนกัน

ฉันไม่ได้กำลังเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่เพื่อช่วยเหลือคนเหล่านี้

ฉันไม่ได้กำลังก่นด่ารัฐบาลที่ไม่ดูแลเหล่าขอทานมากมายให้มีชีวิตอยู่ดีกินดี

ฉันเพียงแต่..รู้สึกเวทนาคนเหล่านั้นเหลือเกิน

 

 

หลายครั้ง อดไม่ได้ ที่จะหยิบเงินมอบให้พวกเขา

นอกจากคนที่มาขอทานเฉยๆ .. ยังมีอย่างคุณตาตรงเสาใกล้ลิโด้ แกเป็นคนตาบอด และจะมายืนขายพวกลูกอมทุกวัน ในที่เดิมตรงนั้น

ยังมีคุณยาย ที่เมื่อก่อนจะนั่งขายทิชชู่ตรงหน้าKFCใกล้บันไดเลื่อน (แต่เดี๋ยวนี้ไม่ทราบหายไปไหนแล้ว)

ยังมีคุณตาคุณยายคู่หนึ่ง ขายพวกกุญแจตุ๊กตาไหมพรมอันเล็กๆ ที่ฉันเคยอุดหนุน

 

พวกเขากำลังดิ้นรน

ภาพคนแก่เหล่านั้น ในเวลาที่สังขารร่วงโรย ดวงตาเริ่มขุ่นมัว เรี่ยวแรงไม่มากเท่าก่อน

พวกเขากำลังดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวัน เหมือนๆกับเราทุกวันที่เดินเข้าออกออฟฟิศติดแอร์

 

 

ฉันเคยเห็นนายตำรวจคนหนึ่ง เดินมาคุยกับคุณยายที่นั่งพื้นขายของตรงข้างบันไดเลื่อน

(จะว่าคุยคงไม่ถูกนัก มันเป็นเพียงบทสนทนาสั้นๆในเชิงคำสั่งเท่านั้นเอง)

 

นายตำรวจว่า

 "ยาย ไปที่อื่นไป แถวนี้มันเกะกะเขา" ด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น

ยายก็ยกมือไหว้ปะหลกปะหลก(เขียนผิดช่วยติงด้วยนะคะ) พูดในทำนองรับคำ

นายตำรวจไม่ได้ผิดอะไรหรอก จะว่าเกะกะไหม? อาจจะจริง

แต่จะว่าอย่างไรดีเล่า..คงจะดีกว่านี้นักหากมนุษย์เราใช้จิตใจมองบ้าง..
ไม่ใช้แค่สายตามองไป โดยไม่มีความเห็นใจให้กันบ้าง
ข่วยไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ช่วยได้ก็ช่วย แต่อย่าได้ดูถูกดูแคลนคนเหล่านั้นเลย

 

เพราะแม้ในวัยไม้ใกล้ฝั่ง พวกเขายังเอาเรี่ยงแรงสุดท้ายที่มี หาเงินประทังชีวิตไป เหมือนกับเราทุกคน

 

 

------------------------------------------------------------

ปล. เขียนด้วยอารมณ์ความรู้สึกและยังขาดการเรียบเรียง ถ้ามีคำผิด เนื้อความวกวน ขอโทษด้วยนะคะ ไว้จะมาตามแก้ทีหลัง ตอนนี้ต้องไปทานข้าวแล้ว :)

หมายเหตุว่า เป็นความคิดเห็นส่วนหนึ่งของฉันเท่านั้น หากมีความเห็นไม่ตรงกันก็อย่าเก็บเป็นประเด็นเลยนะคะ

(แต่พวกแก็งค์ขอทานหรือพวกหลอกลวงแบบน่าเกลียดนี่ก็ไม่ชอบเหมือนกันน่ะนะ - - แย่อะ..)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

TTATT
ซึ้ง...

ดิ้นรนของจริงเจ้าค่ะ
แบบนี้ถึงจะน่าให้เงินไปแบบเต็มใจ

บางคน มือเท้ายังมีครบ ไม่พิการแต่อย่างใด แค่แต่งตัวสกปรกๆ
เที่ยวขอทานเขาไปทั่ว
แบบนี้ เห็นแล้วเซ็งมาก

ปล.เขียนบรรยายออกาได้กินใจมากๆเจ้าค่ะ!
Hot! Hot! Hot!

#1 By the_last_shinigami on 2009-10-09 20:36

เห็นด้วยกับ #1 ค่ะ

บางคน มือเท้ายังมีครบ ไม่พิการแต่อย่างใด แค่แต่งตัวสกปรกๆ
เที่ยวขอทานเขาไปทั่ว


มันทำให้คนทั่วไปไม่ไว้ใจ และเริ่มแยกแยะไม่ออกว่าใครจริงใครปลอม ...

Hot! Hot! Hot!

#2 By ซึนเดเระ on 2009-10-09 20:59

ทุกครั้งที่ฉันเห็นพวกเขา ฉันก็นึกฉงน เหตุใดชะตาชีวิตของแต่ละคนถึงไ้ด้แตกต่างกันได้ขนาดนี้ ขณะที่เราหลั่นล้าไปวันๆ มีคนบางคนต้องดิ้นรนหาอะไรใส่ท้องประทังชีวิต

เรื่องแบบนี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุค่ะ แต่อย่าถามหนูนะ ว่ามันคืออะไร

เขียนได้ดึงดูดมากค่ะ เหมือนถูกดูดเข้าไปในโลกของพี่เลย
big smile

#3 By olive on 2009-10-09 21:10

บางคนก็น่าเห็นใจครับ

แล้วก็เห็นด้วยกับ #1,#2 ครับ

#4 By Zeon on 2009-10-09 21:26

#1 the_last_shinigami
บางคน มือเท้ายังมีครบ ไม่พิการแต่อย่างใด แค่แต่งตัวสกปรกๆ
เที่ยวขอทานเขาไปทั่ว
แบบนี้ เห็นแล้วเซ็งมาก

>>เราก็เซ็ง! sad smile ไม่ไหวเลยจริงๆ มีมือมีเท้าแถมยังหนุ่มแน่นก็เคยเห็น คือน่าจะไปทำอย่างอื่นนะคะ เงินอาจจะไม่มากแต่ยังได้ใช้เรี่ยวแรงตัวเองให้เป็นประโยชน์นะ!

ขอบคุณสำหรับคำชมจ้าbig smile


#2 ซึนเดเระ
พวกของปลอมทำให้แยกแยะไม่ออก จริงมากกก บางทีเลยรำคาญ ไม่ให้สักคนsad smile แต่อย่างว่านะ ตัวจริงเลยซวยไปด้วยtongue

#3 olive
เขียนได้ดึงดูดมากค่ะ เหมือนถูกดูดเข้าไปในโลกของพี่เลย

>> จริงหรอ! ลอยแล้วนะเนี่ย ฮ่าๆconfused smile โลกของพี่จะเป็นไงหว่า open-mounthed smile

#5 By vinn* on 2009-10-09 21:31

น่าสงสารและน่าเวทนาจริงๆ ครับ
ถ้าเป็นไปได้ก็ขอภาวนาให้ชีวิตของคุณตาคุณยาย
และคนอื่นๆ ที่กำลังดิ้นรนกับชีวิตรูปแบบนี้
พบโชคชาภหรือสิ่งใดก็ได้ที่ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น

เมื่อมันเลือกเกิดไม่ได้
สิ่งที่เราช่วยเขาได้ นอกจากการอุดหนุน การให้ทาน
ก็คงมีเพียงสิ่งนี้ "ภาวนา"Hot! Hot! Hot!

#6 By noomnoi on 2009-10-10 13:59

Hot! Hot! Hot!


น่าเห็นใจนะเออ(เขียนดีมาก)

#7 By B-rz on 2009-10-10 21:30

ปัญหาคือ เราจะรู้ได้ไงว่าไหนจริง ไหนปลอม
เพราะมันเคยมีคนหูหนวกมาขายโรตีสายไหมทีคณะ โดยเพื่อนเราคนนึงอ่านใบราคาของเขา(ซึ่งจะเขียนประมาณว่า ผมชื่อ---- หูหนวก จน ฯลฯ จำไม่ได้เพราะนานแล้ว) แล้วก็มีคนบอกว่าที่จริงอีนี่พูดได้ - -"

(นึกถึงข้อสอบเอสเสอังกฤษsad smile )

#8 By TeChNiKoS[9.9796] on 2009-10-11 18:34

อ่านแล้วก็สะท้อนใจกับสภาพโครงสร้างเศรษฐกิจเมืองไทยนะ
ในพารากอนยังไม่เท่าไร แต่ถ้าฝ้ายลองไปเดินเซ็นทรัลเวิร์ล หรือเซ็นทรัลชิดลม จะเห็นชัดเลยถึงความต่างของคนรวยกับคนจนในสังคมนี้ sad smile sad smile

สงสารยายอะ..

เขียนแบบนี้เหมือนบทข่าวช่วงวงเวียนชีวิตเลยแฮะ ฮาๆๆ confused smile
ขอทาน...
ขอทานมีอยู่ทั่วหล้า
ต่างก็ยื่นกะลา
ขอข้าวกินบ้างเถิดหนา...

#10 By (58.9.222.243) on 2009-11-12 23:26