ความทุกข์ สอนให้ฉัน รู้ว่า . .
posted on 25 Oct 2009 07:56 by windella in about-meเมื่อคืน เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มเรียนมัธยม ที่ฉันเข้านอนก่อนสามทุ่ม
เวลาประมาณสองทุ่ม..นั่งดูทีวี อยู่ดีๆ หนังตาก็หนัก
หนักมากเสียจนยากจะทนฝืนอยู่ต่อ
ฉันไปอาบน้ำ ออกมาแม่เรียกให้ทานผลไม้ ฉันพูดง่วงๆว่า แปรงฟันแล้ว
แล้วก็ขึ้นนอน
อาการปวดหัวตึบๆกลับมารบกวนฉันเมื่อเย็นวาน
จนกระทั่งเข้านอนก็ยังไม่หาย
ฉันไม่อยากกินยา
กว่าจะหลับก็ใช้เวลาสักพัก
ช่วงที่อยู่ในความมืด แต่ยังไม่หลับนั้น มีครู่หนึ่งเหมือนกัน ที่คล้ายจะตาสว่าง
ฉันชั่งใจ ลุกขึ้นมาอ่านหนังสือดีไหมน้า
แต่สุดท้ายก็เลือกจะปิดตา ทำใจให้สบาย แล้วหลับต่อ
หลายคืนที่ผ่านมา..อาจจะร่วม1อาทิตย์แล้วกระมัง
ฉันตื่นขึ้นมา ทุก3-4ชั่วโมง
ร่างกายตรงเวลาอย่างกับนาฬิกาเลยทีเดียว
ฉันไม่แน่ใจว่า มันจะมาจากอาการป่วยของฉันหรือเปล่า
หรือเป็นแค่อาการกังวล
หรือเป็นเพราะความปั่นป่วนของร่างกายเพียงชั่วคราว
ตั้งแต่ขึ้นมหา'ลัย ร่างกายก็ไม่แข็งแรงอย่างเก่า
หรือที่ผ่านมาฉันทรมานมันมามากเกินไป?
คงไม่มั้ง
เรียนปี1มาหนึ่งเทอม อาการผิดปกติของร่างกายรบกวนฉันบ่อยเหลือเกิน
เพื่อนใหม่คนหนึ่ง เคยพูดถึงฉันไว้ว่า
"ดูหน้าฝ้ายแล้วเป็นห่วง เหมือนคนที่ป่วยอยู่ตลอดเวลา"
โอ มันแย่ขนาดนั้นเลยหรือนี่
ตั้งแต่เรียนมา อนุบาลจนจบม.ปลาย ก็พึ่งจะป่วยกระเสาะกระแสะขนาดนี้ตอนมาอยู่ที่นี่นี่แหละ
อาการพยุงๆไว้ ยังไม่ทรุด จนปิดเทอม
ปิดเทอม..แสนหวาน ปิดเทอมที่เฝ้ารอ
กลับเป็นเวลาที่ฉันเครียด
อยู่ดีๆ อาการที่เคยเป็นก็มาเป็นหนักจนได้
ร่างกายป่วย จนใจฉันเครียด
ฉันร้องไห้เลยด้วยซ้ำ
ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องเป็น ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมต้องเป็นโรคนี้
ฉันไม่เข้าใจ
ฉันก็เป็นคนแบบนี้ นิสัยคิดมากนี้ทำร้ายตัวเองมาหลายครั้งแล้ว
แต่ไม่เคยมีครั้งไหน ที่ต้องมาเครียดเพราะร่างกาย
ถ้าเป็นเรื่องทางใจ ฉันยังเชื่อ ว่าฉันเข้มแข็งพอที่จะผ่านมันไปได้
แต่ครั้งนี้..มันไม่ไหว
ฉันแค่อยากได้ร่างกายที่เคยแข็งแรงกลับคืนมา
ฉันคิดในใจตอนล้มตัวลงนอนว่า สงสัยจะต้องเป็นไปตลอดชีวิต
ไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมได้ใหม่แล้ว
คิดแล้วก็อดร้องไห้ไม่ได้
แล้วทางออกมันอยู่ตรงไหน?
ฉันเปิดอ่านนิตยสารเล่มหนึ่ง
มันเป็นเรื่องราวของผู้หญิงที่ป่วยเป็นลิวคิเมีย
เธอปฏิเสธการรักษาด้วยการทำคีโม
เธอใช้เวลาที่เหลือ ดำเนินชีวิตได้เหมือนเดิมมากกว่า
เธอกล่าวว่า "ใครเป็นโรคร้ายก็ต้องทำใจ
การทำใจ ไม่ใช่การสิ้นหวัง แต่เป็นการยอมรับสภาพ"
ชั่วขณะหนึ่ง ใจฉันรู้สึกสบายขึ้นมา เหมือนความเครียดที่รัดรึงหลุดไปเปลาะหนึ่ง
ฉันพยายามทำจิตใจให้ดีเข้าไว้
จิตใจแย่ จะพาร่างกายแย่ตาม
แต่อย่างไรก็ตาม อาการที่เริ่มดีขึ้น ก็มีอันต้องแย่ลง
ด้วยเหตุสุดวิสัย และด้วยความเลินเล่อของฉันเอง
ฉันท้อหลายครั้ง
แต่ทำอย่างไรได้เล่า.. มันเป็นไปแล้วนี่นา
ถ้าคนเรา มีทุกข์มากกว่าสุขในชีวิต ให้คิดว่าอย่างน้อย ชีวิตเราก็ไม่ได้ทุกข์ไปทั้งหมด
มองดูคนที่เขาทุกข์มากกว่าเถิด แล้วจะได้รู้ว่า สิ่งที่ยังมีนั้นมีค่า
ฉันยังท้อใจอยู่นะ
แต่อาการป่วย ทำให้ฉันคิดอะไรได้หลายอย่างเหมือนกัน
อาการป่วยมันเกิดขึ้นแล้ว หลีกเลี่ยงไม่ได้
ก็ต้องทำใจ และดูแลตัวเองต่อไป
บางครั้ง ฉันก็คิดแบบคนอ่อนแอว่า ตัวเราช่างน่าสงสาร
ช่างน่าสงสาร
ช่างน่าสงสาร
ช่างน่าสงสาร
......
แล้วอย่างไรต่อ?
ทั้งๆที่รู้ว่าความคิดแบบนี้ ไม่ดี บางครั้งก็อดคิดไม่ได้
แต่ฉันก็ไม่อยากทำตัวให้คนอื่นเขาสมเพชว่า ช่างอ่อนแอเหลือเกิน
มันต้องมีวันที่เข้มแข็ง กับอ่อนแอ สลับกันไปกระมัง
เกิดเป็นมนุษย์แล้ว ยังไงก็คงต้องมีเรื่องให้ทุกข์
ทุกข์มากทุกข์น้อย..ก็ทุกข์กันไป
แต่ฉันยังเข้าใจว่า ความทุกข์ สอนอะไรเราได้มากกว่าความสุข
สอนให้เราอดทน
สอนให้เราคิด
สอนให้เรามีชีวิต
นั่นล่ะ..ถ้าไม่คิดแบบนี้
ถ้าไม่มองหา ว่าเราได้อะไร ในวันที่เราเสีย
มนุษย์เราคงจะเป็นสัตว์ที่อ่อนแอที่สุดในโลกเลยทีเดียว
ความทุกข์ทำให้เราอ่อนแอ
แต่ก็ยังมีน้ำใจ ..ที่สอนให้เราเข้มแข็งไปพร้อมๆกัน
ตอนนี้.. ฉันคิดอย่างนั้น..
__________________________________
อืม..เขียนจบแล้ว
ตื่นมาแล้วก็อยากเขียน 55 วันนี้นอนไปเกือบ 12ชั่วโมง
วันหยุดวันสุดท้ายของปิดเทอมแล้ว
เปิดเทอมคงลำบาก
แต่คงจะชินไปเอง (หวังว่านะ หวังว่า ==)
ฉันจะเฝ้ารอเวลาที่ฉันได้กลับบ้านค่ะ
เอาเถอะ อย่างน้อย การป่วยครั้งนี้ก็ทำให้รู้สึกว่า คำว่าบ้านมันอุ่นใจแค่ไหน
แค่ได้กลับมาในห้อง ได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงที่เคยนอน
ก็น่าจะเรียกว่าความสุขได้แล้วมั้ง
อ่อ ใครที่ไม่เคยเข้ามาอ่าน
เราไม่ได้ป่วยเป็นอะไรร้ายแรงหรอกนะคะ ^^"
แต่ก็ชวนให้หดหู่ได้มากอยู่
อยากรู้ เลื่อนขึ้นไปมองที่ reccommend เอนทรีล่าสุด เราเขียนถึงโรคที่เราเป็นเอาไว้
ถ้าอ่านแล้วคิดว่ามีประโยชน์ ช่วยกดhotให้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
..
..
(อ่อ ที่แท้ก็เขียนขึ้นเพื่อดันเอนทรีเก่า
)
(เอ้ย.. ไม่ใช่ๆ เปล่าจริงๆนะตัวเอง แหะๆ)

)

#1 By O ช้างต้น on 2009-10-25 12:05