บ้าน - ที่ของหัวใจ
posted on 05 Nov 2009 15:23 by windella in about-me
ตั้งชื่อเอนทรีเน่าได้อีก
ความจริงแล้ว ไม่มีเรื่องราวเป็นชิ้นเป็นอันอะไรเท่าไหร่หรอกค่ะ
แต่เป็น "ความรู้สึกที่อยากบันทึกเก็บ"
แล้วก็คิดว่า ถ้าได้เล่าให้คนอื่นฟังด้วย
มันก็น่าจะเป็นอะไรที่ดี
เมื่อไม่นานมานี้ ร่างกายที่เคยแข็งแรงมันไม่เป็นใจให้ออกไปตะลอนนอกบ้าน
ไม่ได้เป็นไข้ ไม่ได้ปวดหัวตัวร้อน แต่ต้องวิ่งหาแต่ห้องน้ำ
ปวดใจใช่ย่อยเวลาที่เพื่อนโทรมาชวนไปเที่ยวแล้วต้องบอกว่า ไปไม่ได้
แต่ก็นั่นแหละค่ะ
พอไปไม่ได้ เวลาวันๆหนึ่งหมดไป ฝ้ายอยู่ที่ไหน?
ก็อยู่ บ้าน ไง
พ่อฝ้ายเป็นคนที่อยู่บ้านไม่ได้เลย
คือเหมือนกับ ถ้าว่าง ต้องออกไปข้างนอก อยู่ไม่ติดบ้าน
แม่เป็นแม่บ้าน ใช้ชีวิตอยู่กับบ้านมากที่สุดในครอบครัว
ตอนนี้พี่สาวก็โบยบินไปญี่ปุ่น
เทอมสองนี้ ฝ้ายไม่มีวิชาเรียนวันพฤหัสค่ะ
เลยได้หยุดอยู่บ้านสบายๆอีกหนึ่งวัน
ดีสำหรับฝ้ายมาก
พูดถึงบ้านแล้ว นึกถึงอะไรกันบ้างคะ
คนเรา ต้องทำงาน กลางวันก็หมดเวลาไปกับออฟฟิศ(หรือสถานที่ๆใช้ทำงาน)
ถ้ายังเรียนอยู่ เลิกเรียนก็เดินเที่ยวต่อ (
สยามอยู่ใกล้นี่นา)
กว่าจะได้กลับบ้าน พระอาทิตย์ก็หนีไปพักผ่อนก่อนเราแล้ว
ฝ้ายก็ไม่เคยรู้สึกหรอกว่า บ้าน มันมีความหมายแค่ไหน
จริงอยู่ที่บ้านเป็นแค่สิ่งก่อสร้าง
ในบ้านก็เต็มไปด้วยสิ่งของ แน่นอนว่าสิ่งของไม่มีชีวิต
(ยกเว้นว่าในบ้านจะมีสัตว์เลี้ยง)
คนเรามักจะรู้สึกอุ่นใจ เมื่อได้อยู่ในสถานที่ๆตัวเองคุ้นเคย
เวลาเดินอยู่ในสยามก็รู้สึกคล้ายๆอย่างนี้
เวลาได้นั่งโต๊ะเก้าอี้ที่ใช้นั่งเรียนทุกวันก็เหมือนกัน
แต่แปลกเหมือนกันที่ บางทีเราอาจไม่ค่อยนึกถึงบ้านเท่าไหร่
คงเป็นเพราะ เราอยู่กับมันจนชิน
ตอนป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย
พอได้กลับถึงบ้าน เหยียบลงบนพื้นไม้ที่คุ้นเคย
มันรู้สึกว่า..บ้านนี่เอง ที่เป็นที่ๆเราคิดถึงอยู่ตลอดเวลา
ฝ้ายเป็นโรคติดบ้านนิดๆ
ไม่ค่อยชอบออกไปไหนหรอกค่ะ ยกเว้นวันไหนนึกครึ้มอยากออกเที่ยวก็อีกเรื่อง
ไม่เคยสนอกสนใจว่าทำไมตัวเองถึงชอบอยู่บ้านเหมือนกัน
แต่รู้สึกว่า วันนี้ ฉันจะใช้เวลาอยู่กับบ้าน
บ้านเป็นแค่บ้าน แต่บ้านมีความหมายแค่ไหน
ถึงเวลาที่เราต้องการที่นั่งพัก นอนพักให้หายเหนื่อย ปลดปล่อยความทุกข์ เมื่อนั้นเราจะรู้
(พูดถึงปลดปล่อยความทุกข์ นั่งห้องน้ำที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าที่บ้านหรอกเนาะ
หุๆ)
วันนี้
ฝ้ายได้หยุดอยู่บ้าน
เดินเล่นในสวน
อยู่ดีๆก็แหกปากร้องเพลง que sera
ทำอะไรพิลึกดี แต่มีความสุข
เรื่องง่ายๆแค่นี้
ไม่ต้องทำอะไร
ไม่ต้องดิ้นรนไปไหน
ทุกข์เมื่อไหร่
ก็รู้ว่า เรายังมีบ้านที่คอยเยียวยา
เท่านี้ ก็ยิ้มออกแล้วล่ะค่ะ
-------------------------------------------
- เรื่องเรื่อยเปื่อย -
เรียนวิชา language for communication ต้องเลือกหนังสือที่อยากอ่านมาหนึ่งเล่ม
ฝ้ายลังเลว่าจะเอา โตเกียวทาวเวอร์ แม่กับผมและพ่อในบางครั้งคราว ของลีลี่ แฟรงกี้ดีมั้ย
หรือจะเอา เวลาในขวดแก้ว ของประภัสสร เสวิกุลดี
สุดท้ายก็ลงเอยที่เรื่องแรกค่ะ
(อ.ให้ใช้หนังสือแปลได้ พอบอกว่ามันเป็นหนัง อาจารย์ก็บอกอีกว่า
งั้นอ่านก่อน อ่านให้จบ แล้วค่อยดูหนัง)
ตอนที่เลือก ลืมไปสนิทใจ
ฉันต้องทำรายงานกับหนังสือเล่มนี้นี่หว่า -_-
แต่ฝ้ายชอบอะไรที่มันเป็นญี่ปุ่นอยู่แล้ว
น่าสนใจดีเหมือนกัน
(เพราะคงต้องเปรียบเทียบอารมณ์หนังสือกับภาพยนตร์ด้วย)
แต่ยังไม่ได้ซื้อหนังมาซะที
ช่วงหลังๆไม่ได้เขียนบล็อกเป็นบทความจริงจัง
เขียนเหมือนเขียนจดหมายก็สนุกดีเหมือนกันนะคะ
แล้วเจอกันใหม่ค่ะ


เพราะเราเข้าใจในความหมายสำคัญของบ้าน
แต่ความหมายสำคัญนั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวบ้าน
มันอยู่ "ใน" บ้านต่างหาก
แต่ว่างๆ ก็แวะมาคณะบ้างนะ
ใต้ถุนจะปิดแล้ว
#1 By i-amnat on 2009-11-05 16:19