รัก / ยัง / เดินทาง

posted on 28 Oct 2010 20:02 by windella in share-feeling

นานแล้วที่ไม่ได้เจอหน้าเธอ exteen

เมื่อสัปดาห์ก่อน ฝ้ายไปญี่ปุ่นมาค่ะ ฝ้ายเดินทางไปเยี่ยมพี่สาวที่ไปเรียนต่อและทำงานอยู่ทางนู้น

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง

คิดว่าไม่เขียนถึง คงไม่ได้

ได้เคาะสนิมกันเสียที ถึงจะมีจุดพลาดๆอยู่บ้างก็ตามที แต่พยายามจะเขียนย้อนถึงความรู้สึกสดใหม่ที่เกิดในวันนั้นให้ดีที่สุด

การเขียนสไตล์นี้ เป็นการเขียนที่ฝ้ายค่อนข้างจะคุ้นเคยที่สุดแล้ว 

ขอให้เพลิดเพลินกับตัวหนังสือนะคะ : ) ชอบไม่ชอบ คอมเม้นท์ได้ค่ะ

___________________

 

 

1

 

Honey, you know I love you so much.

 

ถ้อยคำพรั่งพรูออกมาหลายต่อหลายครั้ง นำความรู้สึกส่งไปให้คนที่อยู่ปลายสาย ก่อนที่จะจากกันไปไกลชั่วคราว

เป็นคำพูดที่หญิงชาวแคนาดาผู้นั้นบอกกับสามีของเธอ เมื่อวางสาย รอยยิ้มอบอุ่นก็ถูกส่งมาที่ฉันด้วย

 

 

เธอชื่อเอมี่ [Amy] ความพิเศษอย่างแรกที่ฉันค้นพบในตัวเธอคือการที่เธอสามารถพูดภาษาไทยได้

แม้จะเป็นภาษาไทยที่ฟังแปร่ง แต่แค่นี้ฉันก็ปลื้มเหลือเกินที่มีชาวแคนาดาคนหนึ่งหลงรักประเทศไทย หลงรักภาษาไทย อีกทั้งยังหลงรักกรุงเทพฯ เมืองหลวงแสนวุ่นวายอันเป็นบ้านเกิดของฉัน

 

ความรักนั้นทำให้เธอหวนกลับคืนมาประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง หลังจากเคยมาเยือนเมื่อ 27 ปีก่อน

เธอมาสัมผัสประเทศนี้ก่อนที่ฉันจะเกิดเสียอีก

 

เอมี่เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนนานาชาติที่เชียงใหม่

เธอกลับมาเรียนภาษาไทยเมื่อประมาณ 4 ปีก่อนกระมัง เธอว่าการเรียนภาษาไทยในวัยเท่านี้คงช่วยฝึกสมองของเธอได้ดี และขณะนี้เธอจำเป็นต้องเดินทางกลับแคนาดาเพื่อให้ดูอาการมารดาที่กำลังป่วย

 

ฉันได้รับรู้ว่า ความรักของเธอกำลังเดินทางไปในสองสถานที่

 

ร่างกายกำลังกลับไปหาแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยความห่วงใย

แต่ในขณะเดียวกัน ความรักอีกส่วนของเธอก็เดินทางไปหาสามีผู้กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปเชียงใหม่บนรถไฟ

รถไฟขบวนนั้นมีปัญหาจนต้องหยุดวิ่งเป็นระยะเวลานานหลายชั่วโมง

 

 

ฉันรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าเธอรักและห่วงใยสามีแค่ไหน ผ่านถ้อยคำที่เธอพูดซ้ำหลายครั้งหลายครากับคู่ชีวิต

 

“ฉันรักเธอนะ” นั่นคือใจความหลักเดียวของประโยคภาษาอังกฤษทั้งหมดที่เธอพยายามจะสื่อสารไป

ในตอนแรก เธอไม่สามารถติดต่อสามีได้ ดูเหมือนว่าสัญญาณจะขาดๆหายๆ คำพูดก็ขาดหายไปพร้อมสัญญาณ มันส่งไปไม่ถึง

 

เพียงแค่เพื่อประโยคเดียว เธอพยายามติดต่อสามีอีกหลายครั้ง ทั้งโทรออก และผ่านตัวหนังสือในข้อความ

 

ก่อนเครื่องขึ้นประมาณ 5 นาที ในที่สุดสามีของเธอก็ได้ยินคำว่ารักอย่างชัดเจน

 

 

 

ฉันนึกไปว่า หากเที่ยวบินนี้เกิดอะไรขึ้น หากนี่จะเป็นการสนทนาครั้งสุดท้าย

 

อย่างน้อยที่สุด

 

พวกเขาก็ได้บอกรักกันแล้ว

 

 

 

 

 

2

 

ฉันเคยบอกรักคนๆนี้

 

เวลาที่ผ่านมาหลายปี ทำให้ความทรงจำหลายอย่างเลือนหายไป ถ้อยคำบางคำไม่มีวันถูกส่งไปอีก

 

นี่เป็นการเดินข้างกันเป็นครั้งที่สอง แค่เราสองคน นับจากวันนั้น จุดสิ้นสุดของระยะเวลาสั้นๆเพียงสองฤดูกาล

 

 

 

เขาเป็นส่วนประกอบในความทรงจำและความรู้สึกเมื่อครั้งมัธยมต้น

 

เราไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวนานถึง 5 ปี

 

วันนี้เราต่างเติบโตขึ้น เราเปลี่ยนไปตามวันเวลา ภาพวันนั้นดูไกลห่างและลางเลือน

 

ภาพของแผ่นหลังยามเดินตาม ภาพสนามบาสเก็ตบอลจากหน้าต่างอาคารเรียน

ภาพวันนั้นที่ฉันพยายามส่งอะไรบางอย่าง..ส่งไปให้ถึงคนๆนี้

 

ณ วันนี้ เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันไม่แน่ใจหรอกว่า ความรู้สึกที่พยายามจะส่งไปในครั้งนั้น เป็นความรักที่จริงแท้ไหม

มันคงมีส่วนผสมเป็นความไร้เดียงสาและความหวานหอมของความชอบความหลงเป็นส่วนมาก

 

เมื่อความสัมพันธ์จบลง เส้นทางก็แยกจากกัน ความรู้สึกได้แปรเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบอื่น

 

บางครั้ง ฉันก็คิดถึงอดีต

บางครั้ง มีคำถามบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว

 

ความรู้สึกผุดขึ้นมาเป็นครั้งคราว แล้วมันก็ลอยหายไป เพราะฉันไม่เคยส่งอะไรไปอีก ไม่ว่าจะผ่านคำพูด หรือการกระทำ

 

 

 

วันนั้น เราไม่ได้เอ่ยถึงอดีต เราไม่ได้พูดคุยถึงอนาคต

 

ระหว่างการเดินทางไปส่งขึ้นเครื่อง เราแค่พูดเรื่องทั่วๆไป เรื่องในปัจจุบัน ปัจจุบันที่ชีวิตเราได้ขาดจากกันไปตั้งแต่วันนั้น

 

มือของเพื่อนเก่ายังเย็นเหมือนเดิม

 

 

อะไรบางอย่างอยู่ในใจฉัน เปรียบกับวันนั้น มันเปลี่ยนแปลงไปมาก อีกทั้งยังหดเล็กลงเหลือเพียงกลุ่มก้อนความรู้สึกเล็กจิ๋ว

หากไม่เพ่งมองให้ลึกลงไปก็อาจมองไม่เห็นมัน

 

แต่ถึงกระนั้น จากวันนั้นจนวันนี้ มันไม่เคยหายไปไหน มันยังคงอยู่ และมันอาจจะอยู่ตลอดไป

 

 

 

ไม่มีแม้คำพูด แต่ฉันคิดว่า เราต่างรู้ดี

 

และคิดว่าการกอดครั้งนี้

คงจะทำให้ความรู้สึกนั้นเดินทางไปถึงเธอได้

 

 

 

 

 

3

 

ฉันไม่ค่อยได้กอดกับแม่

ถ้าจะนับครั้งจริงๆ ก็คงไม่จำเป็นต้องใช้มือข้างซ้ายช่วยนับหรอก

 

 

บางที ฉันก็เป็นคนเย็นชากับคนใกล้ชิดอย่างร้ายกาจ

กับคนอื่น ฉันสามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้มากกว่านั้น ไม่รู้ว่าทำไม

วันพิเศษต่างๆนานา ฉันไม่เคยได้ใช้มันให้เป็นประโยชน์ในการบอกความรู้สึกออกไป ไม่เคยเลย

 

 

เห็นพ่อแม่เพื่อนกับเพื่อนดูบอกรักกันง่ายดาย ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า ฉันก็นิสัยไม่ค่อยดีหรอก ในด้านนี้น่ะนะ

 

แม่เองก็ไม่ใช่คนแบบนั้น คนประเภทที่จะกอดและหอมลูกอย่างเป็นกิจวัตรประจำวัน

แต่ฉันรู้ว่าแม่มีวิธีอื่นอีกมากมายนับล้านแปดที่สามารถบอกได้ว่าแม่รักและเป็นห่วง

 

 

เมื่อเดินทางครั้งก่อน ฉันต้องห่างบ้านไปสองเดือน เป็นครั้งแรกจริงๆที่จะต้องจากบ้านไปนานขนาดนั้น

ไปใช้ชีวิตที่ต่างแดน ที่ๆจะไม่มีแม่ทำกับข้าวให้ทานทุกวัน

 

ด้วยว่าไม่คุ้นเคยกับการกระทำแบบนั้น ก่อนเดินทาง การกอดของพ่อกับแม่ทำให้ฉันน้ำตาซึมออกมา

 

ซึมเพราะอะไร? อาจเป็นเพราะฉันก็หวาดหวั่นอยู่ไม่น้อยกับการเดินทางครั้งนั้น

หรือไม่ ก็เป็นเพราะความรู้สึกที่ถูกส่งมามันมากจนล้น ก็เลยปริ่มออกมาอยู่ที่ขอบตา

 

ก็ทุกวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อกับแม่มอบให้ มันก็มากอยู่แล้ว

 

การบอกรักหรือการกอดน่ะ มีแต่จะทำให้รู้สึกอ่อนไหว มันรับรู้ได้ชัดเจนเกินไปจนต้องร้องไห้ออกมา

ฉันเลยไม่ชอบกอดหรือทำอะไรแบบนั้น ก็ฉันไม่ชอบร้องไห้ต่อหน้าคนในครอบครัวนี่นา

 

 

การขึ้นเครื่องวันนั้น ฉันจะห่างกับพ่อแม่แค่สองวัน

แต่เพราะเป็นการเดินทางคนเดียวครั้งแรก คิดว่าแม่ก็คงเป็นห่วง

 

วันนั้น ฉันที่ไม่คุ้นชินกับการกระทำเช่นนั้นจึงได้กอดกับแม่หนึ่งครั้ง

 

แต่ต่อให้แม่ไม่กอด ฉันก็รู้ดีว่าแม่อยากจะบอกอะไร ..ก็เพราะแม่เป็นคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดชีวิตของฉัน

 

 

ความทรงจำ วันเวลา ชีวิตของแม่ที่มอบให้ ทำให้ได้รู้ว่า

 

ความรู้สึกบางอย่าง อาจสามารถเดินทางไปถึงที่หมายได้ โดยไม่ต้องพึ่งคำพูดหรือการกระทำที่เป็นพิเศษก็เป็นได้

 

 

 

 

 

4

 

ถ้าจะต้องระบุสาเหตุบางอย่างที่ทำให้คนสองคนได้มาเจอกันในครั้งนี้

 

ฉันคิดว่ามันคือโชคชะตา

 

 

เพราะความพิเศษอีกอย่างที่ฉันค้นพบในตัวเอมี่คือ เรามีชื่อที่มีความหมายเดียวกัน

 

 

ตอนแรก ไม่มีใครถามชื่อใครก่อน เราคุยกันด้วยภาษาลูกครึ่ง เดี๋ยวไทยเดี๋ยวอังกฤษ

ฉันก็อยากฝึกภาษาอังกฤษกับเธอ เธอก็อยากหัดภาษาไทยกับฉัน

เมื่อเครื่องบินบินไปได้ครึ่งทาง เธอเป็นฝ่ายถามฉันก่อนว่า คุณชื่ออะไร

 

ฉันพูดแล้วเขียนเป็นภาษาไทยลงในสมุดในเธอดู

เธอถามต่อว่า มันมีความหมายว่าอะไร

 

ฉันบอกเป็นภาษาไทยว่า “ผู้เป็นที่รัก” แต่เธอไม่เข้าใจในทันที ฉันจึงบอกต่อเป็นภาษาอังกฤษ

จนคำๆหนึ่งที่กระชับและได้ใจความที่สุดก็แวบขึ้นมาในหัว ฉันเอ่ยออกไป

 

เธอร้องอ๋อแล้วบอกว่า เธอชื่อเอมี่ Amy มีรากศัพท์จากคำภาษาฝรั่งเศสว่า Aimeé ซึ่งมีความหมายเช่นเดียวกัน

 

เป็นภาษาอังกฤษกระชับสั้นว่า ‘Beloved’

 

 

ฉันไม่เคยคิดว่าความหมายของชื่อตนเองจะมีความน่ารักเลยจนกระทั่งวินาทีนั้นแหละ

 

 

 

 

 

ในชีวิตหนึ่ง มีคนผู้เป็นที่รักเป็นส่วนประกอบสำคัญ

 

บนเครื่องบินเที่ยวนั้น แม้ผู้คนที่เราระลึกถึงจะไม่ใช่คนๆเดียวกัน แต่เราต่างก็นึกถึงใครบางคนที่เป็นคนสำคัญ..คนที่มีความพิเศษ

 

 

เวลาเรานึกถึง ความรู้สึกก็จะก่อตัว วนเวียนอยู่ในตัวเรา เมื่อมีมากขึ้นมากขึ้น เราจะส่งมันไป

 

ไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำ การกระทำ ตัวอักษร หรือแม้แววตา

 

 

 

..ส่งไปจนกว่า

 

ความรู้สึก จะเดินทางไปหาใครบางคนเหล่านั้น

 

อันเป็นที่รัก.

 

Comment

Comment:

Tweet

รู้สึกดีจังค่ะ

#3 By PParn (58.136.50.236) on 2011-04-21 11:45

Hot! Hot! Hot!
เข้ามาให้ในนี้

#1 By iamdozenist on 2010-10-30 22:01