เรื่องสั้น sweet memory

posted on 08 Feb 2011 18:48 by windella in share-feeling
ไม่ค่อยได้จับปากกา(คีบอร์ด)เขียนเรื่องสั้นเท่าไหร่ค่ะ
แต่พอดีนี่เป็นงานส่งจุลสารของชมรมวรรณศิลป์ที่จุฬา เขียนเสร็จแล้วเลยอยากเอามาลงไว้ให้อ่านกัน : )
ส่วนตัวก็ยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะรีบปั่นให้เสร็จทันกำหนดส่ง คำเลยไม่ค่อยสวย แต่ชอบแนวเรื่องแบบนี้
 
เป็นเรื่องสั้นในธีม "หยุด"
 
แรงบันดาลใจง่ายๆ - ชาเขียวปั่น
 
ไม่ยาวมาก : ) ชอบไม่ชอบยังไง คอมเม้นท์กันได้นะคะ 
 
_______________________________________
 
 
Sweet Memory
 


1

 

ปี 2012 โลกถล่มแล้ว

 

 

ชั่วพริบตาหนึ่ง เธอทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นได้จริงๆ

ขอขยายความสักนิด ในขณะนี้(คนที่กำลังจะกลายเป็นอดีต)แฟนของผมใช้คำแสนธรรมดาอย่างคำว่า ‘เลิก’ สาปผมให้นิ่งงันได้ราวกับมีเวทมนตร์ สรีระทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว แม้แต่ลูกตายังต้องนิ่งอยู่ที่วิปครีมพองฟูบนแก้วชาเขียวปั่น เพียงสองสิ่งที่ยังไม่หยุดคือความคิดไหลวนเป็นน้ำหลากกับหัวใจที่ยังเต้นตุบๆ (แต่ก็เกือบจะหยุดเต้นเช่นกัน)

 

 

เธอทำให้ผมรู้สึกเหมือนตนเองเป็นนักแสดงในเอ็มวีเพลงเศร้า คนกำลังถูกบอกเลิกรู้สึกอย่างไร ต้องประคองอารมณ์อย่างไร จะปล่อยน้ำตาไหลตอนไหน ทุกองค์ประกอบของคนถูกทิ้งค่อยๆกลายแทรกซึมเข้ามาเป็นตัวตนของผม แฟนของผม..แม่มดตนนี้ช่างโหดร้ายเสียจริง

 

 

ผมขยับสายตาเป็นอันดับแรกเพื่อมองขนตาหนาเป็นแพของเธอ เส้นใยพลาสติกเสริมความงามนั่นบดบังความรู้สึกที่ถูกฉายออกมาเพราะเธอกำลังหลุบตาลงต่ำ มือขาวที่ผมจับเป็นครั้งแรกตอนเราดูหนังด้วยกันคนโกโก้ตรงหน้าช้าๆเหมือนกำลังประกอบพิธีกรรม โอ ความจริงก็ไม่แตกต่างหรอก เพราะผมรู้สึกเหมือนตนเองกลายเป็นเศษซากไร้ค่าด้วยคำพูดศักดิ์สิทธิ์ของเธอไปเสียแล้ว

“พี่ต่อ”

ผมรับคำ แต่เสียงนั้นแหบแห้งราวกับเป็ดจนน่าทุเรศ ผมรีบกระแอม

“ฮะ”

“เราขอโทษนะ” เธอทำหน้าเศร้า จะให้ผมตอบอะไรดีล่ะ เธอกำลังต้องการประโยคแบบไหนจากผม ‘ไม่เป็นไร’รึเปล่า? ผู้ชายที่เข้มแข็งควรจะพูดคำนั้นรึเปล่า? ผมอยากให้มีร่างโคลนนิ่งของผมหรือใครก็ได้มานั่งแทนที่ผมตรงนี้ มารับฟังคำพูดของผู้หญิงคนนี้แบบไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพื่อที่ผมจะได้วิ่งหนีไปจากสถานการณ์นี้ได้

 

ผมขี้ขลาดเกินไป

 

 

แม้ในเวลาเช่นนี้ เธอก็ยังดูเชิดเหมือนนางพญา..เอ่อ จะว่ายังไงดีให้คุณๆได้เห็นภาพชัดเจนกว่านี้และมีอารมณ์ร่วมไปกับผมได้ เธอเป็นคนสวย ถ้าเธอสูงกว่านี้สักนิดคงจะได้เดินอยู่บนแคทวอล์คแล้ว เธอผิวขาว ชอบดูแลตัวเองให้สวยงามตั้งแต่โคนผมจรดปลายส้นเท้า (เธอเป็นคนเคร่งครัดในการไปร้านซาลอนมาก) มีสไตล์การแต่งตัวกลมกลืนไปตามกระแส เธอเป็นคนตลก ชอบสังสรรค์ มีนิสัยโก๊ะๆบางเวลา (เวลานั้นเธอจะน่ารักมาก) เธอชอบดื่มโกโก้และหิ้วกระเป๋าหนังสีหวานๆ เธอมีคนมาจีบมากมาย แต่เธอก็เลือกผม นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกปลื้มอยู่ไม่น้อยในการดำรงตำแหน่งแฟนมาได้ร่วมสามปี

แม้ตอนนี้ผมกำลังถูกถีบลงจากตำแหน่งก็เถอะ

 

 

เหตุผลของเธอไม่ซับซ้อนเลย เธอพบคนใหม่ที่ถูกใจมากกว่าผม

ผมเคยคิดว่าส่วนผสมของผมกับเธอน่าจะเป็นอะไรที่ลงตัว เพราะผมมีอะไรที่เธอขาด และเธอก็มีอะไรที่ผมตามหา ..หรือที่ผ่านมาผมคิดไปเองว่าเราเข้ากันได้ดี

 

“พี่ต่อคงเข้าใจเราใช่มั้ย”

ไม่หรอก ผมไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็พยักหน้าออกไป

 

 

 

 

2

วันนี้ เขาคนนั้นมาที่ร้านอีกครั้งหลังจากฉันไม่เห็นเขาเสียนาน

คนคนนั้นถูกจัดเข้าข่าย ‘ทรัพยากรที่ควรค่าแก่การรักษา’ของระบบการประเมินบุคคลของฉันในวันที่เขามาจัดงานเซอร์ไพรซ์เล็กๆในวันเกิดของแฟนสาว ผิวไม่ดำไม่ขาว ตัวสูง ใบหน้าคม ยิ้มสวย เป็นชายแท้ และเทคแคร์แฟน ผู้ชายแบบนี้จะหาที่ไหนได้อีกในเมืองไทยศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด

 

เหตุผลที่ฉันสามารถตอบได้อย่างมั่นอกมั่นใจขนาดนั้นเพราะฉันค่อนข้างจะสนใจเขาตั้งแต่แรกที่เจอ แต่พอรู้ว่ามีแฟนแล้ว (แถมยังสวยเสียด้วย) ฉันก็ยกธงขาวให้ตัวเองเงียบๆ แต่ยังเหลือบมองเป็นอาหารตาบ้างเวลาเขามาที่ร้านกับแฟน

แน่นอนว่าฉันไม่กล้าแสดงออกหรอก เดี๋ยวแฟนเขาจะมาแหกอกเสียก่อน เธอดูเป็นผู้หญิงที่สูงส่งเกินผู้ชายธรรมดาจะเอื้อมถึง บอกตามตรง ฉันไม่ได้พูดเพราะความอคตินะ สองคนนี้ดูดีและเหมาะสมกัน แต่ก็ดูขาดๆเกินๆบอกไม่ถูก

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ทั้งเขาและแฟนเป็นจุดสนใจของพนักงานร้านหลายคน รวมทั้งฉันด้วย พี่บอยเชฟทำเค้กต้องมาแอบมองผู้หญิงคนนั้นให้ได้สักแวบ ส่วนฉันซึ่งเป็นพนักงานชงเครื่องดื่มก็ได้แต่แอบทำตายืดตายาวที่เคาน์เตอร์ไปวันๆ

แม้จะไม่รู้จักกัน แต่ฉันบอกได้ว่าเครื่องดื่มสุดโปรดของผู้ชายคนนี้คือชาเขียวปั่นหวานน้อยใส่วิปครีมแก้วกลาง ส่วนของผู้หญิงคือโกโก้ร้อนสูตรคลาสสิกของร้าน สองคนนี้จะแวะมานั่งที่ร้านนี้อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง โดยผู้ชายจะเป็นคนมานั่งรอก่อนเกือบทุกครั้ง เวลาที่มาคือเย็นวันศุกร์ ตามการคาดเดาของฉัน ผู้หญิงคนนี้น่าจะทำงานอยู่บริษัทเอเจนซี่โฆษณาที่อยู่ถัดไปจากร้านสักห้าสิบเมตร และผู้ชายคนนี้ก็ถือเอาร้านคาเฟ่ชื่อ Sweet Memory แห่งนี้เป็นที่ประจำในการบ่มเพาะความทรงจำร่วมกับคนรัก

 

 

 

 

ร้านนี้มีการจัดงานเลี้ยงเล็กๆหรืองานฉลองแบบอบอุ่นอยู่เป็นระยะ เมื่อมีการจัดงาน เจ้าของร้านจะนำกล้องโพลารอยด์มาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกแล้วนำไปแปะที่บอร์ดใกล้ทางเข้า บนบอร์ดนั้นมีรูปถ่ายมากมาย ผู้คนในนั้นมีแต่รอยยิ้ม หลายรูปเป็นคนดังและดารา กระดาษใบเล็กใบหนึ่งที่ถูกประดับไว้เช่นกันคือรูปคนคู่นี้ ในรูปชายหนุ่มกำลังใส่หมวกปลายแหลมให้หญิงสาวจากด้านหลัง แขนเรียวยาวของเธอประคองเค้กแบล็กฟอเรสท์ขนาดสองปอนด์มีเทียนปักไว้ ทั้งคู่ถูกรายล้อมด้วยเพื่อนกลุ่มหนึ่งและกำลังยิ้มกว้างหัวเราะก่อนจะเป่าเค้ก

 

ในวันงานวันนั้น ฉันเองเป็นคนเอาเค้กที่เตรียมไว้ในตู้แช่มาปักเทียน จุดไฟแล้วส่งให้คนทำเซอร์ไพรซ์ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขจนฉันนึกอิจฉาทีเดียว เหตุการณ์วันนั้นสร้างความรู้สึกประทับลงบนใจของฉัน เขาขึ้นทำเนียบผู้ชายที่น่ารักในใจตามประสาสาวโสด ตั้งแต่นั้นมา เวลาชงชาเขียวปั่นฉันจะตั้งอกตั้งใจเป็นพิเศษเพื่อให้มันอร่อยที่สุด

 

 

 

 

ความรักของทั้งคู่ดูหวานชื่นมาตลอด จนกระทั่งสามเดือนก่อนที่เขาคนนี้ต้องรอแฟนตั้งแต่เย็นจนร้านปิดเป็นครั้งแรก ฉันจำได้ว่าฉันทำชาเขียวปั่นตามออเดอร์ของเขาไปสามแก้ว ช่วงแรกที่รอเขาดูหงุดหงิดเล็กน้อย แต่แววตานั้นค่อยๆหมองลงเรื่อยๆจนกลายเป็นความกังวล ความไม่มั่นใจ และความกลัว

 

ครั้งหนึ่งฉันเกิดป่วยวันศุกร์ วันประจำที่จะได้เจอเขาคนนั้น อาทิตย์ถัดมาฉันก็ไม่เห็นเขาอีกเลย น้องแก้วนักศึกษาพาร์ทไทม์บอกว่าเขาเลิกกันเมื่อวันศุกร์ที่ฉันไม่มา ผู้หญิงเป็นคนบอกเลิก และผู้ชายก็นั่งซึมอยู่เป็นชั่วโมงถึงได้ลุกออกไป

 

 

 

ผ่านมาได้สองสามเดือน นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ชงชาเขียวปั่นหวานน้อยตามออเดอร์ของผู้ชายคนนี้อีกครั้ง เขาแวะมาในวันศุกร์เช่นเดิม ยังนั่งที่นั่งใกล้หน้าต่างที่เดิม แต่ที่แปลกคือ เขาสั่งโกโก้ร้อนสูตรคลาสสิกอีกแก้วด้วย เครื่องดื่มสองแก้วบนโต๊ะกับคนที่นั่งอยู่เพียงคนเดียวแปลความหมายออกมาได้ง่ายๆว่าเขาอาจกำลังรอเธออยู่

ฉันเฝ้ามองเขาเงียบๆ

บรรยากาศมันแย่เกินไปจนฉันรู้สึกเจ็บแทน

 

 

ความลับเรื่องหนึ่งที่ไม่อาจเดาได้ว่าเขาจะรู้หรือไม่นั่นคือ ตั้งแต่เขาและเธอเลิกกัน แม้จะไม่บ่อยเท่าเมื่อก่อน ฉันยังคงพบผู้หญิงคนนั้นแวะมาที่ร้านนี้เป็นระยะ แต่เธอมากับผู้ชายอีกคน และเธอก็เปลี่ยนมาสั่งเอสเปรซโซ่สองแก้วให้ตัวเองและแฟนแทน เธอไม่เคยกินโกโก้อีกเลย

 

ครึ่งชั่วโมงก่อนร้านปิด ไม่มีใครมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เขาเอาใบหน้าซุกลงบนฝ่ามือของตัวเองราวกับกำลังร้องไห้

 

 

 

 

3

 

 

วันนี้ผมได้ข่าวจากเพื่อนสนิทว่าแฟนเก่าของผมจัดงานฉลองที่ร้านคาเฟ่ร้านประจำของผมและเธออีกครั้งเมื่ออาทิตย์ก่อน...เนื่องในโอกาสวันเกิดแฟนใหม่

 

ถ้าเกิดผมไปเจ๊อะกับเธอเข้าโดยบังเอิญวันนั้น มันคงเป็นวันนรกแตกสำหรับผม เราไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว ความสัมพันธ์ของเราเหลือเพียงการโทรหากันไม่กี่ครั้งและข้อความในมือถือไม่กี่ฉบับเท่านั้น

 

แต่อย่างไรก็ตาม คำสาปของเธอไม่ยอมหายไปง่ายๆ มันสั่งให้ผมทำเรื่องงี่เง่าเช่นการไปนั่งที่ร้านนั้นคนเดียวแล้วสั่งชาเขียวปั่นกับโกโก้มาวางบนโต๊ะ ผมทำเช่นนั้นอยู่สองครั้งโดยไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร พอสำนึกได้ ผมก็ไม่ได้โผล่ไปนั่งในร้านให้เจ็บใจอีก นานมากแล้วที่ผมไม่ได้กินชาเขียวปั่นที่ร้านนั้น

 

 

แม้จะมีความหลังฝังใจ แต่ต้องยอมรับว่าชาเขียวปั่นที่ไหนก็ไม่ถูกใจผมเท่าที่นั่น มันหวานพอดีอย่างที่ผมต้องการ วิปครีมเข้มข้นเต็มรสชาติ ราคาก็สมเหตุสมผล ในที่สุดข่าวจากแฟนเก่าก็นำพาให้ผมตัดสินใจขับไปซื้อแม่ชาเขียวเนื้อคู่ โดยไม่รู้ว่าในใจมีจุดประสงค์อย่างอื่นแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า หรือผมอาจจะรู้แต่ทำเป็นไม่รู้ อืม ความจริงก็คือ ผมไม่อยากรู้หรอก ผมแค่อยากลิ้มรสเครื่องดื่มของโปรดก็เท่านั้นเอง

 

เมื่อถึงหน้าร้าน ผมพบแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งติดอยู่

คำว่า ‘ปิดกิจการ’ ถูกเน้นตัวหนาจนสะดุดสายตา รายละเอียดอื่นๆคือการย้ายร้านไปเปิดในทำเลใหม่ที่เป็นย่านเมืองในวันที่เท่านั้นเท่านี้ ซึ่งเป็นย่านที่ไกลจากตรงนี้พอสมควร

โธ่ ผมจะโดนพรากจากชาเขียวที่รักของผมเหรอเนี่ย

 

 

กระดิ่งหน้าประตูส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเรียกพนักงานในร้านให้หันมามอง วันนี้มีพนักงานอยู่เพียงสองคน ไม่มีลูกค้าในร้านเลย ผมก้าวเข้าไป เดินวนไปที่มุมประจำเหมือนมีสัญชาตญาณ ผมหยุดยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็เลือกนั่งที่โซฟาด้านในแทน

“รับอะไรดีคะ” พนักงานหน้าหมวยคนหนึ่งที่ผมไม่คุ้นหน้าเดินเข้ามาพร้อมใบจดรายการอาหาร

“เอาชาเขียวปั่น หวานน้อย เพิ่มวิปครีม แก้วกลางฮะ”

“รับอย่างอื่นอีกไหมคะ”

“ไม่ล่ะฮะ ขอบคุณ” ผมหันไปส่งยิ้มให้เธอ เธอหยุดมองผมนิดนึงแล้วจึงยิ้มกลับมา แปลกดีที่วันนี้ผมไม่รู้สึกเจ็บมากอย่างเคย

 

 

 

ระหว่างรอ ผมหยิบนิตยสารมาเปิดพลิกดูแต่ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ สายตาเหลือบมองไปที่กระดานไม้ก๊อกที่มีรูปถ่ายแปะอยู่เต็ม แรงอยากรู้บางอย่างสั่งให้ผมเดินไปดูความทรงจำเก่าของตัวเองและของผู้คน ที่ไม่เคยรู้จัก ผมนึกมาตั้งแต่ขับรถว่า ถ้ารูปของเรายังอยู่ ผมอยากจะขอดึงมันออกเสีย ผมรู้ว่าการกระทำนี้ไม่ทำให้เกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นมานอกจากช่องว่างบนกระดานที่จะเพิ่มขึ้น การทิ้งรูปถ่ายเพียงใบเดียวไม่สามารถทำให้จิตใจเปลี่ยนแปลงได้อย่างที่ควรจะเป็น เอาเถอะ ทั้งที่รู้ ผมก็อยากทำ การที่คนๆหนึ่งจะมีรูปแฟนเก่ากับแฟนใหม่ถ่ายคู่กันติดอยู่ในที่เดียวกันก็ออกจะประหลาดอยู่ และในฐานะแฟนเก่า มันทำให้ผมรู้สึกเสียใจและเสียศักดิ์ศรีด้วย

...แต่ผมหามันไม่เจอ

 

 

ตรวจดูจนครบ รูปถ่ายเก่าๆยังอยู่ เว้นแต่รูปของผมกลายเป็นช่องว่าง มีรูปถ่ายใหม่ๆเพิ่มขึ้นบ้างสามสี่รูป หนึ่งในนั้นคือรูปของแฟนเก่ากับคนรู้ใจของเธอ แต่เห็นหน้าไม่ชัดเจนเท่าไหร่ เพราะคนในรูปเยอะจนแทบจะล้นออกมาจากเฟรม ส่วนใหญ่เป็นผู้คนที่ผมไม่คุ้นหน้า

 

“ชาเขียวปั่นได้แล้วค่ะ” เสียงใสๆของพนักงานคนเดิมเรียกผมจากในเคาน์เตอร์ ผมเดินไปรับเครื่องดื่มเย็นเชี้ยบโปะด้วยครีมขาวมาไว้ในมือด้วยตนเอง

“เอ่อ ปกติมีการดึงรูปตรงนั้นทิ้งบ้างไหมครับ”

“คะ?” สาวหมวยหันมาทำหน้าฉงน

“กระดานตรงหน้าร้านน่ะฮะ”

เธอชะเง้อมองสิ่งของที่ผมว่าพลางขมวดคิ้ว “ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ฉันแค่มาช่วยงานเจ้าของร้านเพราะเขาไปต่างจังหวัด แต่พอย้ายร้านก็ไม่รู้เขาจะยังเก็บมันไว้รึเปล่านะคะ”

 

 

 

ผมรับคำในคอ เปลี่ยนใจจ่ายเงินเลยและขึ้นรถ คิดว่าจะไปหาซื้อหนังดีๆสักเรื่องกลับไปดูที่บ้าน

ผมรู้สึกโล่ง ผมไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันคืออะไรหรือทำไมรูปถึงได้หายไป แต่ในใจรู้สึกถึงชัยชนะแบบแปลกๆ เป็นชัยชนะจากการเป็นผู้แข่งขันคนเดียวในเกม พอมือขวาเอื้อมสตาร์ทรถเสร็จ มือซ้ายก็ยกแก้วบรรจุของเหลวสีเขียวนมขึ้นมาดูด

 

 

ผมรู้ได้ในทันที ชาเขียวแก้วสุดท้ายแก้วนี้ผิดไปจากเมื่อวันก่อนๆ

เอาเถอะ มันขมไปหน่อย แต่ก็อร่อยดี

_______________________________________________

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วเหมือนได้ดื่มโกโก้ร้อนๆแก้วโปรดเลยค่ะ
:}

หวานนิดๆ ขมหน่อยๆ
ได้นั่งละเลียดพร้อมกับอากาศเย็นๆ
มีความสุขน่าดูเลย
//แอบนั่งรอภาคต่อนะคะ

#3 By MRHAPPY on 2011-07-22 23:18

แอบตามมาอ่าน....


บรรยายความคิดของแต่ละตัวละครน่าสนใจดี แต่จัมีต่อภาคสองป่าวนะ :P

#2 By Yurain (110.169.170.129) on 2011-02-09 00:19

ว้าวว เขียนดีจังเลยค่ะ ^^
อ่านเพลินดีด้วยอ่า

อ่ะ ให้

Hot! Hot! Hot!

#1 By S h e R i on 2011-02-08 19:16