about-me

แต่ละคนบนเส้นทาง

posted on 28 Oct 2007 14:31 by windella  in about-me

การพบกันเป็นเรื่องน่าเศร้า..

เนื้อร้องเพลงญี่ปุ่นเพลงหนึ่งว่าไว้อย่างนั้น

มันชื่อเพลง split พูดถึงเรื่องการเดินทางของแต่ละคนที่บางครั้งเส้นทางนั้นจำต้องแยกจากกัน

การพบกันเป็นเรื่องน่าเศร้า..เพราะอะไร

คงเพราะการพบกันมีจุดจบที่การแยกจากกันกระมัง

 

อีกสี่เดือน..
พรุ่งนี้ฝ้ายจะเปิดเรียนเทอม 2 แล้วค่ะ กลับไปเจอหน้าอาจารย์ เจอหน้าเพื่อนๆ ทักทายแบบเนือยๆกับการบ้านและการเรียนพิเศษ อาทิตย์หนึ่งๆของเด็กนักเรียนม.ปลายผ่านไปเร็วขนาดไหน..ไม่ได้เจอเองคงไม่รู้

ฝ้ายยังอยู่ม.5 แล้วทำไมถึงพูดว่าอีกสี่เดือนน่ะหรือ..
สี่เดือนจะจบม.5 แล้วคงต้องทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้คือย้ายสาย

เพื่อประโยชน์หลายอย่าง ตั้งใจจะย้ายไปอยู่ศิลป์-คำนวณค่ะ ที่โรงเรียนฝ้าย พวกสายศิลป์เรียกสายวิทย์ที่ย้ายสายว่า "พวกวิทย์กบฎ" อีกสี่เดือน..เมื่อถึงเวลาที่ต้องเป็นกบฎ

นั่นหมายถึง..การแยกจากเพื่อนที่อยู่ร่วมห้องกันมาสองปี

จะว่าเศร้านักที่ต้องแยกกับเพื่อน? ก็ไม่เชิง เพราะทุกคนก็ต้องคละห้องกันตอนม.6อยู่ดี โอกาสที่จะได้เจอเพื่อนห้องเดียวกันในห้องใหม่ก็มีน้อยอยู่ ทุกๆคนคงต้องกระจัดกระจายกันไปเหมือนๆกัน เพราะอย่างนี้มั้งถึงได้ไม่รู้สึกเศร้ามากมาย เพราะถ้าหากเราเป็นเพียงส่วนน้อยที่กระจายออกมาจากกลุ่มก้อนนั้น..คงจะน่าเศร้ามากกว่านี้อีกหลายเท่าทีเดียว

การพบกัน ต้องจบด้วยการจากกันเสมอ.. ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์รูปแบบใด

เพราะจุดสุดท้ายของชีวิตทุกคนคือการที่เราได้หลับพักผ่อนอีกครั้ง..ตลอดไป

แต่การจากกัน จะไม่มีน้ำตา
หากไม่ใช่เพราะความผูกพันที่ทำให้เกิดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ในสิ่งๆนั้นจนไม่อยากจะแยกจาก

ถ้าเทียบแล้ว การย้ายโรงเรียนตอนจบม.3 เศร้ากว่านี้หลายเท่า เพราะอยู่ห้องเดียวกันตลอดทั้งสามปี

แต่คงเพราะครั้งนี้ หลังจากแยกกันแล้ว เราจะเข้าใกล้การกลายเป็นผู้ใหญ่อีกขั้น..เป็นนักศึกษาหรือนิสิตมหาวิทยาลัย

ความหวั่นไหว ความไม่สบายใจ ความรู้สึกไม่มั่นใจไม่มั่นคงกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นมากกว่า ที่ทำให้เราอาลัยสิ่งเก่าๆมากกว่าที่เคย..

เรายังคิดถึงวันวานที่เคยวิ่งไล่จับกับเพื่อน
วันวานที่ไม่เคยต้องคิดถึงเงื่อนไขในชีวิต
วันวานที่พ่อแม่ยังประคับประคองดูแลเอาใจใส่

ต่อจากนี้ไป คงต้องพูดว่า "บ๊ายบาย" สินะ

 

ฝ้ายนั่งเปิดสมุดที่มีข้อความต่างๆลายมือเขียนไว้ในนั้น ใช่ มันเรียกว่า friendship
อ่านไป ถึงได้รู้ว่าเพื่อนๆในตอนนั้นห่วงใยเราแค่ไหน เกือบทุกคนบอกให้ยิ้มมากๆ เลิกร้องไห้ ลืมเรื่องเก่าๆไปได้แล้ว

น้ำที่หล่อเลี้ยงดวงตา ไหลออกมาเกินความจำเป็น แต่ก็ไม่เกินแม้นาที เพราะความทรงจำเหล่านั้นยังทำให้ยิ้มได้เสมอ

หลุดขำออกมาเส้ยด้วยซ้ำเมื่อพลิกมาเจอหน้าๆหนึ่ง มีข้อความเน่าๆ(แต่ทำเอาน้ำตาไหล)เขียนไว้ดังนี้

 

สายใยแห่งมิตรภาพ จะต้องทำให้เราได้เจอกันอีกแน่นอน
เพราะถึงแม้เส้นทางของแต่ละคนจะต่างกัน
แต่เธอก็ยังเป็นเพื่อนฉัน ตราบจนสิ้นลมหายใจ

 

ที่ขำก็เพราะลายมือยึกยือแบบผู้ชายแท้ๆนั่นต่างหาก ผู้ชายอะไรเขียนบรรทัดสุดท้ายได้เน่ามากๆ!!

แต่ที่ร้องไห้ก็เพราะ..สิ่งนั้นคือสิ่งที่หวังจะให้เป็น สิ่งๆเดียวที่อยากให้เกิดขึ้น
...สิ่งๆเดียวที่อยากบอกกับเพื่อนเวลาต้องจากกัน

การพบกันเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่คงไม่มีใครมีชีวิตอยู่ได้..ถ้าเราไม่มี"เพื่อน"

เราอยู่ไม่ได้ ถ้าเราไม่มีคนที่หัวเราะไปพร้อมกับเรา

เราอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีคนคอยซับน้ำตากันและกัน

เราคงไปถึงวันสุดท้ายไม่ได้ ถ้าไม่มีคนที่เดินเคียงข้างกันไป

ทุกคนรู้ว่าเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันนั้นมีจำกัด
สิ่งที่ควรทำมีอย่างเดียว..ใช้เวลานั้นให้คุ้มค่า
ต่อจากนั้นแม้อาจจะต้องเสียน้ำตายามแยกจาก แต่ก็ขอให้ยิ้มออกมา

เพราะเรารู้ดี

ว่าตราบใดที่เรายังมีสายสัมพันธ์..เชื่อมโยงกัน

ต่อให้เป็น "เวลา" หรือ "เส้นทางที่แยกจาก" .. ก็ไม่มีความสำคัญอีกต่อไป