สาวๆจ๋า จะ "กึงกึงมูมู" ไปถึงไหน!?
posted on 29 Jun 2008 15:46 by windella in JI-PA-TA
เอนทรีย์นี้เกิดขึ้นเพราะความคับอกคับใจส่วนตัวที่สะสมมานานปี..
ในฐานะรุ่นพี่ ฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ประชากรคนหนึ่งของประเทศไทย
กึงกึงมูมู = กูกูมึงมึง (ไม่อยากตั้งชื่อเอนทรี่ย์ตรงๆ เลยกลายมาเป็นคำประหลาดดังที่เห็น 55) ในที่นี้ขอให้ กึงกึงมูมู แทนคำที่ฟังแล้วไม่น่ารักทั้งหลายแหล่ละกันนะ
ปีนี้จะอายุ 18 แล้วค่ะ เรียนอยู่ม.6แล้ว เป็นพี่ใหญ่สุดของโรงเรียน โฮะๆ แต่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาขนาดนี้ มีเรื่องอยากจะเล่าสู่กันฟังนิดหน่อยเกี่ยวกับการพูดจาในมวลหมู่นักเรียนหญิง
ว่าจะฝ้ายหัวโบราณก็เอาเถอะค่ะ ไอ้กอกอมอมอเนี่ย ก็ใช่ว่าจะไม่เคยหลุดออกจากปากเลยนะ คือมันมักจะโผล่มาเวลาอารมณ์เสียแล้วสบถกับตัวเองน่ะค่ะ แต่ก็น้อยครั้งนั่นแหละ
พอดีช่วงหลังๆมีหลายครั้งมากกกที่เดินผ่านเด็กผู้หญิงรุ่นๆเดียวกันแล้วแบบว่า โห หน้าตาสวยอ่ะ ยังนึกชื่นชมอยู่ในใจ คุณเธอเดินมากับกลุ่มเพื่อนสามสี่คน แต่แล้วพอเดินใกล้อยู่ในระยะประชิดก็ได้ยินคำพูดประมาณว่า
"อิอ่า เมิง แม่งเอี้ยซัดๆ"
โอ ไม่ได้พูดเสียงเบาเลย sheสนทนากันด้วยสรรพนามแบบนี้ประหนึ่งว่าเป็นคำสากลที่ใช้ได้ทุกที่ค่ะ หน้าตาที่เคยเห็นว่าสวยนี่ หมดสวยเพราะการพูดการจาไปทันที ผิดหวังอย่างแรง
เคยสงสัยตัวเองเหมือนกันนะว่าเป็นชนกลุ่มน้อยหรือเปล่าที่ไม่ได้ใช้คำพวกนี้เวลาคุยกับเพื่อน
ก็เข้าใจนะว่าอะไรๆมันก็เปลี่ยนไปน่ะ แต่พอเห็นผู้หญิงใช้สรรพนามแบบนี้มันฟังแล้วขัดหูขัดใจค่ะ
ก็โอเคแหละว่า การพูดจาที่อาจจะไม่เหมาะสมไม่ได้หมายถึงว่าคนๆนั้นจะนิสัยแย่หรือไม่ดี เค้าอาจจะเป็นคนดีก็ได้ แต่ส่วนตัวคิดว่าเพราะการพูดเนี่ยแหละ มันทำให้เค้า "ดูไม่ดี" สมมติว่าถ้าเพื่อนเราเป็นคนพูด เรารู้ว่าเพื่อนเราเป็นคนดี เราคงจะรู้สึกเฉยๆ การพูดแบบนี้มันก็แสดงถึงความสนิทสนมในระดับที่มากหน่อย แต่กับคนอื่นที่มองเข้ามาสิคะ คิดว่าเค้าจะมองกันยังไง
เคยถามเพื่อนผู้ชายเหมือนกันว่า แกรู้สึกยังไงกับการที่ผู้หญิงใช้กึงกึงมูมูแบบนี้
บางคนก็โอเค มันดูไม่ดี แต่ก็รับได้มั้ง บางคนก็บอกว่า อืม ถ้าได้ผู้หญิงคนนั้นมาเป็นแฟนก็คงไม่ชอบ
แต่ที่แน่ๆคือ ไม่มีใครบอกว่า "ไม่เห็นเป็นไร" หรือ "เฉยๆ" สักคน
ผู้ชายพูดน่ะ ฝ้ายเฉยๆ คือมันเหมือนเป็นนิสัยหรืออะไรสักอย่าง แต่พอคำพวกนี้หลุดออกจากปากผู้หญิงแล้วเนี่ย อืมม..ความรู้สึกมันคนละเรื่องน่ะค่ะ
อีกเคสนึง จำไม่ค่อยได้ละ อันนี้ไม่แน่ใจว่าโรงเรียนอะไร ฝ้ายกับพี่ขึ้นรถไฟฟ้าโบกี้เดียวกับเค้า แอบเหลือบมองนิดหน่อยว่าแต่งหน้าทาปากเต็มที่เลยล่ะ หน้าตาก็น่ารักดี ผ่านไปสัก 5 นาที โทรศัพท์มือถือของคุณเธอก็ดังขึ้น เธอรับสายแล้วก็..
"ไอเอี้ย เมิงอยู่ไหนเนี่ย" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้าข่ายแอ๊บแบ๊วขึ้นจมูกเล็กน้อย
"กุอยู่นานาแล้ว" อืมม.. การพูดคำประเภทนี้อย่าแอ๊บแบ๊วเด็ดขาด ขอบอกว่าฟังแสลงหูมากมาย
"อ้าว อิอ่า ไหนเมิงบอกจะตามมา" ก็กุไม่ว่างแล้วนี่หว่า
"อะไรนะ แม่เมิงให้อยู่เฝ้าบ้าน" อืมม บ้านไม่มีคนน่ะเมิง
"ไม่มีตังค์ยืมกุก่อนก็ได้" ต๊าย มีน้ำใจ
"ก็นี่ไง เมิงอยู่คนเดียว ขโมยตังค์แล้วออกมาสิวะ ไอเอี้ย"
...เวรกรรม บอกเพื่อนให้ลักขโมยแม่ตัวเองเนี่ยนะ!?
(บทสนทนา จำไม่ค่อยได้แล้ว เลยเสริมเติมแต่งบางคำพูดเล็กน้อย แต่เนื้อเรื่องยังคงเดิม)
อ่อ ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงนะ ที่แย่กว่านั้นคือเด็กเล็กๆ วัยยังก้าวไม่พ้นป.3ก็ยังพูด เมื่ออาทิตย์ก่อนไปทัศนศึกษา เจอเด็กอีกโรงเรียนนึง มาทัศนศึกษาเหมือนกัน ตัวเล็กๆ เชื่อว่ายังไม่เกินป.4 เดินผ่านเราไป ได้ยินเต็มๆว่า
"ไออ่า โรงเรียนไรวะ แม่งเสือกไม่ปักชื่อ"
คิดในใจว่า ต๊าย..คุณน้องขา เอิ่ม จะรีบใช้คำพวกนี้แสดงวุฒิภาวะหรืออย่างไร
เอาจริงๆแล้ว ฝ้ายว่ามันเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมด้วยแหละ ที่ทำให้การพูดจามันเปลี่ยนไป เราอาจจะไม่เคยพูด แต่ถ้าเพื่อนเราพูด วันนึงเราก็คงจะพูดด้วยเหมือนกัน
มันไม่เชิงใช่คำต้องห้ามที่ห้ามพูดเด็ดขาดหรอก แต่อยากให้ระวังนิดนึง อยู่ในรถไฟฟ้า อยู่ในร้านอาหาร อย่าพูดให้มันดังจนทุกคนได้ยิน โดยเฉพาะถ้าน้องอยู่ในชุดสถาบันของโรงเรียน บอกตามตรงว่ามันไม่น่ารักเลยค่ะ ถ้าจะพูดแบบเปิดเผยก็ให้เป็นเวลาที่อยู่ในที่ส่วนตัวดีกว่านะ
เอนทรี่ย์นี้อาจะทำให้บางคนรู้สึกไม่พอใจ ยังไงนี่ก็เป็นแค่ความคิดเห็นหนึ่งจากคนๆนึง อย่าถือสากันเลย
แต่ถ้าใครเห็นด้วย มีน้องๆเป็นญาติ หรือคนรู้จัก รบกวนช่วยบอกต่อกันนิดนึงนะคะ
ปล. ขอโทษด้วยที่ดองบล็อก ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปเยี่ยมใครเท่าไหร่ T_T ฮือๆ